<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แบงก์ชาติอเมริกันดิ้น! ล็อบบี้สภาแก้กฎหมาย GENIUS Act หวังสกัดขา Stablecoin

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังนับถอยหลังเข้าสู่วาระเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งอิสรภาพในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ กลับเกิดประเด็นร้อนที่ท้าทายจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพทางการเงิน

เมื่อสมาคมธนาคารอเมริกันและสถาบันนโยบายธนาคารได้ส่งจดหมายกดดันสภาคองเกรสเพื่อโจมตีกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมาย Stablecoin ที่เพิ่งผ่านการพิจารณาและบังคับใช้ไปเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

โดยกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่พยายามอ้างเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อขอให้มีการรื้อฟื้นกฎหมายที่จบไปแล้วขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เพราะพบความเสี่ยงหรือข้อบกพร่องทางเทคนิคใดๆ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการแข่งขันกับคลื่นลูกใหม่อย่างเทคโนโลยีทางการเงินที่กำลังเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด

กลัวเสียผลประโยชน์มากกว่ากลัวความเสี่ยง

พฤติกรรมของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการผูกขาดตลาดมากกว่าการปกป้องผู้บริโภค โดยกฎหมาย GENIUS Act ได้วางกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ไว้อย่างชัดเจนทั้งเรื่องการออกเหรียญ เงินสำรอง และการตรวจสอบ ซึ่งช่วยให้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกมูลค่า 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถทำงานได้ด้วยความเร็วระดับอินเทอร์เน็ต

แต่ธนาคารกลับมองว่านี่คือภัยคุกคาม เพราะปัจจุบันธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ยเพียง 0.39% และกระแสรายวันแค่ 0.07% ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ที่ระดับ 3.50-3.75% ส่วนต่างมหาศาลนี้คือสิ่งที่ธนาคารกินเปล่ามาตลอด และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าและโอนเงินได้เร็วกว่าเข้ามา ธนาคารจึงเลือกใช้วิธีล็อบบี้เพื่อเตะตัดขาคู่แข่งแทนที่จะปรับปรุงบริการของตัวเองให้ดีขึ้น

เสรีภาพทางการเงินคือรากฐานความมั่งคั่ง

การถกเถียงเรื่องผลตอบแทนของ Stablecoin ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคแต่เป็นเดิมพันอนาคตของระบบการเงินเสรี สหรัฐอเมริกาสร้างชาติมาด้วยแนวคิดตลาดเปิดที่ให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ได้ท้าทายเจ้าตลาดเดิม แต่ในปัจจุบันสถาบันการเงินใหญ่ที่สุด 6 แห่งกลับครองสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 60% ของ GDP ประเทศ ซึ่งการผูกขาดนี้ไม่ได้ส่งผลดีต่อประชาชน

หากสหรัฐฯ ต้องการรักษาความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจไว้ต่อไป ก็ไม่ควรปล่อยให้กลุ่มอำนาจเก่าใช้อิทธิพลมืดเพื่อปิดกั้นนวัตกรรม เพราะเมื่อใดที่กฎระเบียบไม่ชัดเจนหรือมีการกีดกัน นวัตกรรมก็จะย้ายหนีไปเติบโตในที่อื่นแทน ดังนั้นในวาระครบรอบ 250 ปี สหรัฐฯ ควรยืนยันในเจตนารมณ์เดิมที่ว่าเสรีภาพในการทำธุรกรรม การออม และการสร้างความมั่งคั่ง คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องไม่ถูกจำกัดโดยผู้เล่นรายเดิมที่กลัวการแข่งขัน

ที่มา: coindesk