<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ข่าวดีรับพรุ่งนี้! เฟดเตรียมอัดฉีดสภาพคล่อง 5.53 หมื่นล้านดอลลาร์ ตลาดคริปโทฯ หวังแรงส่ง Bullish

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกหูผึ่งทันที เมื่อสื่อใหญ่อย่าง Cointelegraph ได้ทวีตข้อความจั่วหัวด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ว่า “BULLISH” (ตลาดกระทิง) เพื่อแจ้งข่าวด่วนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตรียมที่จะอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 55.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ระบบการเงิน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ยาวไปจนถึงวันที่ 12 ก.พ. 2026 ผ่านมาตรการซื้อคืนพันธบัตรและการบริหารจัดการเงินสำรอง

รายละเอียดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางเฟดสาขานิวยอร์กได้ระบุว่าเป็นการดำเนินการตามปกติเพื่อ “รักษาสมดุล” ของงบดุล (Balance Sheet) ไม่ให้หดตัวลงจากการที่ตราสารหนี้ชุดเก่าครบกำหนดไถ่ถอน พูดง่ายๆ คือไม่ใช่การพิมพ์เงินใหม่เพิ่มแบบ QE (Quantitative Easing) ที่เราคุ้นเคยในอดีต แต่เป็นการนำเงินต้นที่ได้คืนมาไปลงทุนซ้ำ (Reinvestment) ในตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) เพื่อพยุงสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลจ่ายภาษีของสหรัฐฯ ที่มักจะมีความต้องการเงินสดสูงเป็นพิเศษ

แม้ในทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ นี่จะเป็นเพียงการบริหารจัดการตามวงรอบปกติ แต่สำหรับ “ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี” ที่อ่อนไหวต่อคำว่า “สภาพคล่อง” (Liquidity) เป็นอย่างมาก ข่าวนี้ถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เพราะประวัติศาสตร์มักจะชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบการเงินสหรัฐฯ สูงขึ้น ราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin มักจะได้รับอานิสงส์ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องภาวะเงินตึงตัว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองโลกในแง่จริง (Realist) โดยเตือนว่าเม็ดเงิน 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ ถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับงบดุลรวมของเฟดที่มีขนาดมหึมากว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ และมันอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายดอกเบี้ยหลักแต่อย่างใด แต่นั่นอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะในโลกของการเทรด บางครั้ง “Sentiment” หรืออารมณ์ของตลาดที่ตอบรับข่าวดี ก็มีพลังมากพอที่จะผลักดันกราฟให้พุ่งทะยานได้ในระยะสั้น

ดังนั้น ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จึงเป็นช่วงที่น่าจับตามองว่า “สภาพคล่องเติมระบบ” รอบนี้ จะช่วยประคองตลาดหรือส่งแรงกระเพื่อมให้ Bitcoin ทะลุแนวต้านสำคัญได้หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนกำลังมองหาปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนราคา

ที่มา: @ Cointelegraph