(19 ม.ค. 2026) – ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกหูผึ่งทันที เมื่อสื่อใหญ่อย่าง Cointelegraph ได้ทวีตข้อความจั่วหัวด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ว่า “BULLISH” (ตลาดกระทิง) เพื่อแจ้งข่าวด่วนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตรียมที่จะอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 55.3 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ระบบการเงิน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ยาวไปจนถึงวันที่ 12 ก.พ. 2026 ผ่านมาตรการซื้อคืนพันธบัตรและการบริหารจัดการเงินสำรอง
รายละเอียดของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางเฟดสาขานิวยอร์กได้ระบุว่าเป็นการดำเนินการตามปกติเพื่อ “รักษาสมดุล” ของงบดุล (Balance Sheet) ไม่ให้หดตัวลงจากการที่ตราสารหนี้ชุดเก่าครบกำหนดไถ่ถอน พูดง่ายๆ คือไม่ใช่การพิมพ์เงินใหม่เพิ่มแบบ QE (Quantitative Easing) ที่เราคุ้นเคยในอดีต แต่เป็นการนำเงินต้นที่ได้คืนมาไปลงทุนซ้ำ (Reinvestment) ในตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) เพื่อพยุงสภาพคล่องในระบบให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลจ่ายภาษีของสหรัฐฯ ที่มักจะมีความต้องการเงินสดสูงเป็นพิเศษ
แม้ในทางทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ นี่จะเป็นเพียงการบริหารจัดการตามวงรอบปกติ แต่สำหรับ “ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี” ที่อ่อนไหวต่อคำว่า “สภาพคล่อง” (Liquidity) เป็นอย่างมาก ข่าวนี้ถือเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เพราะประวัติศาสตร์มักจะชี้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบการเงินสหรัฐฯ สูงขึ้น ราคาสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin มักจะได้รับอานิสงส์ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องภาวะเงินตึงตัว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองโลกในแง่จริง (Realist) โดยเตือนว่าเม็ดเงิน 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์นี้ ถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับงบดุลรวมของเฟดที่มีขนาดมหึมากว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ และมันอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายดอกเบี้ยหลักแต่อย่างใด แต่นั่นอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะในโลกของการเทรด บางครั้ง “Sentiment” หรืออารมณ์ของตลาดที่ตอบรับข่าวดี ก็มีพลังมากพอที่จะผลักดันกราฟให้พุ่งทะยานได้ในระยะสั้น
ดังนั้น ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จึงเป็นช่วงที่น่าจับตามองว่า “สภาพคล่องเติมระบบ” รอบนี้ จะช่วยประคองตลาดหรือส่งแรงกระเพื่อมให้ Bitcoin ทะลุแนวต้านสำคัญได้หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศที่นักลงทุนกำลังมองหาปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุนราคา
ที่มา: @ Cointelegraph

