ปัจจุบันทั่วโลกกำลังอยู่ในสภาวะตื่นตัวเนื่องจาก “ค่าเงินเยนญี่ปุ่น” กำลังจะมีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในรอบ 6 เดือน หลังมีความเป็นไปได้ว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินให้กลับมาเสถียร
Sanae Takaichi นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นออกคำเตือนว่าค่าเงินเยนมีความเคลื่อนไหวที่ “ผิดปกติ” หลังจากที่คู่เทรด USD/JPY ได้ร่วงลงอย่างรุนแรงจาก 160 เหลือ 155.6 เยนต่อดอลลาร์ ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ตลาด Walter Bloomberg ระบุว่า ด้วยสถานะขายชอร์ตเงินเยนที่อยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ประกอบกับการเลือกตั้งที่กำลังใกล้เข้ามา ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงอีกครั้งหากค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าลงต่อไปเช่นนี้
ความผันผวนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเฟดจากนิวยอร์ก ได้ทำการติดต่อธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่งในประเด็นของค่าเงินเยน ซึ่งมักเป็นความเคลื่อนไหวก่อนหน้าที่จะทำการเข้าแทรกแซง
อ้างอิงข้อมูลตามประวัติศาสตร์พบว่าในครั้งที่ผ่านๆมาการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของสหรัฐฯ ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตลาดโลก ยกตัวอย่างเช่นข้อตกลง Plaza Accord ในปี 1985 และการตอบสนองต่อวิกฤตการเงินเอเชียในปี 1998 ได้ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับค่าเงินเยน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และผลักดันให้ราคาสินทรัพย์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น
นักวิเคราะห์บางสำนักมองว่าการเข้าแทรกแซงในรูปแบบนี้อาจได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือนปี 2008 ที่เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด
หากญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเพียงลำพัง อาจบีบบังคับให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ต้องเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อหาเงินดอลลาร์มาใช้ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดหนี้ทั่วโลกขาดเสถียรภาพ
ในทางกลับกัน การร่วมมือกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นสามารถป้องกันความเสียหายดังกล่าวได้ แลกกับการกดค่าเงินดอลลาร์ให้ต่ำลงเพื่อสนับสนุนค่าเงินเยน
คริปโตเกี่ยวอะไร?
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น การเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯ แม้ในช่วงแรกจะทำให้เกิดความผันผวนของตลาดแต่เหตุการณ์หลังจากนั้นมักตามมาด้วยการฟื้นตัวของตลาดสินทรัพย์
นักกลยุทธ์การตลาดชี้ให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างจากการแทรกแซงว่า การขายเงินดอลลาร์เพื่อซื้อเงินเยนจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบการเงินโลก และส่งผลดีต่อราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต
ตัวอย่างเช่น บิตคอยน์มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอย่างเหนียวแน่นที่สุดกับค่าเงินเยน และมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์

ดังนั้น การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์อาจเป็นการปูทางไปสู่การปรับฐานราคาครั้งใหญ่ในเชิงบวกสำหรับตลาดคริปโต แม้ว่าในระยะสั้นอาจเกิดความผันผวนจากการที่นักลงทุนเร่งปิดสถานะการกู้ยืมเงินเยนมาลงทุน (Yen Carry Trade) ที่มีเลเวอเรจสูง
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยของธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการเทขายคริปโตมูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 6 วัน ซึ่งส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ดิ่งลงจาก 64,000 ดอลลาร์ เหลือเพียง 49,000 ดอลลาร์
ความน่ากังวลที่เกิดขึ้นไม่ได้มีแต่เรื่องของค่าเงินเพียงอย่างเดียวเพราะการถือครองพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งความกังวลหลักที่สำคัญ
นักวิเคราะห์เตือนว่าสภาวะตึงเครียดในตลาดพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอาจลุกลามไปยังพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยทั่วโลกและทิศทางการไหลของเงินทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
ด้านภาพรวมทางเศรษฐกิจมหภาคต่างความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากการที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอาจทำให้ภาระหนี้ของสหรัฐฯ ถูกจัดการได้ง่ายขึ้นและช่วยให้สินค้าส่งออกมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจต้องเผชิญกับความผันผวนในระยะสั้นขณะที่เหล่านักเทรดต้องเร่งปรับตัวกับการแข็งค่าขึ้นอย่างกะทันหันของเงินเยน ซึ่งอาจทำให้นักเทรดจำนวนไม่น้อยเสี่ยงต่อการถูกล้างพอร์ต
ที่มา : Beincrypto

