ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ “48 ชั่วโมงชี้ชะตา” เมื่อ 4 ปัจจัยเศรษฐกิจระดับโลกถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ตั้งแต่การประชุมเฟด งบหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ ตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต ไปจนถึงเส้นตาย Government Shutdown ของสหรัฐฯ ทุกเหตุการณ์ล้วนมีน้ำหนักพอจะเขย่าราคา Bitcoin ให้พุ่งหรือร่วงแรงได้ในชั่วพริบตา
1. การประชุมอัตราดอกเบี้ยเฟด (FOMC) ประจำเดือนมกราคม
จุดศูนย์กลางของความผันผวนอยู่ที่การประชุม FOMC วันที่ 28–29 มกราคมนี้ แม้ตลาดคาดว่า เฟดจะ “คงดอกเบี้ย” แต่สายตานักลงทุนจับจ้องไปที่ถ้อยแถลงของพาวเวลล์ หลังประกาศผล เพราะทุกคำพูดของประธานเฟดสามารถเปลี่ยนทิศทางของตลาดได้ทันที
2. วันประกาศงบของหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน Tesla, Meta, Microsoft และ Apple จะรายงานผลประกอบการ ซึ่งหุ้นเทคฯ มีความสัมพันธ์กับ Bitcoin สูงในฐานะ “สินทรัพย์เสี่ยงด้วยกัน” ตามมุมมองของตลาดในปัจจุบัน
หากงบออกมาต่ำกว่าคาด หุ้นเทคฯเหล่านี้อาจร่วงและลากตลาดคริปโตลงตามไปด้วย แต่ถ้าตัวเลขออกมาดี เม็ดเงินมีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดทันที
3.ตัวเลข PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิต
ถัดมาวันที่ 29 มกราคม เวลา 20:30 น. ตามมเวลาไทย รัฐบาลสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลข PPI หรือดัชนีราคาผู้ผลิต หากออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ จะย้ำเตือนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่จบ ซึ่งจะถือเป็นข่าวด้านลบต่อราคา Bitcoin
4. เส้นตายปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ (Government Shutdown)
ปิดท้ายกันด้วยเส้นตายงบประมาณรัฐบาลสหรัฐฯ ภายในวันที่ 31 มกราคมนี้ หากสภาไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ มีความเสี่ยงที่จะเกิด Government Shutdown ซึ่งมักกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายแก่สินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin
อย่างไรก็ดี ช่วงเวลา 48 ชั่วโมงต่อจากนี้ ถือเป็น “โซนอันตราย” สำหรับตลาดคริปโต และนักเทรดฟิวเจอร์สที่ใช้เลเวอเรจสูง อย่าลืมเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความผันผวนที่รุนแรงที่สุดในรอบเดือน

