ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเกิดเหตุการณ์ “แฟลชแครช” หรือการร่วงลงอย่างรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก หลังราคาทองคำและโลหะเงินร่วงหนักในเวลาไม่ถึง 30 นาที ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายวับกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้เทียบเท่ามูลค่าตลาด Bitcoin และคริปโตทั้งตลาดในปัจจุบัน สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทุกสินทรัพย์เสี่ยง
เหตุการณ์เริ่มต้นช่วงก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) เมื่อทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่แถว $5,600 ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่โลหะเงินทะยานแตะระดับ $121 ก่อนราคาจะหักหัวลงทันทีเหมือนดิ่งตกเหว ทองคำร่วงแรงแตะ $5,100 ดอลลาร์ ร่วงลงประมาณ 7-8% ภายในเวลาเพียง 30 นาที ขณะที่โลหะเงินดิ่งจาก $121 เหลือ $107–108 ลงหนักกว่า 12–14% ถือเป็นความผันผวนระดับผิดปกติสำหรับสินทรัพย์ปลอดภัย
แรงเทขายไม่ได้หยุดแค่โลหะมีค่า เช้าวันนี้ (30 ม.ค.) Bitcoin ร่วงตามกว่า 8% แตะระดับ $81,000 และมูลค่าตลาดคริปโตหายไปมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ตอกย้ำภาพคลาสสิกของวิกฤตสภาพคล่อง ที่นักลงทุนเทขายทุกอย่างพร้อมกัน
นักวิเคราะห์มองว่า จุดชนวนหลักมาจากแรงขายทำกำไรหลังราคาขึ้นแรงเกินพื้นฐาน การพุ่งแบบพาราโบลิกดึงดูดนักเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจสูง เมื่อราคาสะดุด ระบบอัลกอริทึมเริ่มทำการตัดขาดทุน เกิดโดมิโนการล้างพอร์ต ราคาจึงไหลลงแบบแทบไม่มีแรงรับซื้อ
ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคและ AI ก็ถูกเทขายแรง ทำให้กองทุนต้องขายทองและเงินเพื่อนำเงินสดไปพยุงพอร์ต ผสมกับแรงกดดันจากการที่ Fed คงดอกเบี้ย และความตึงเครียดทรัมป์–อิหร่าน ยิ่งทำให้จิตวิทยาตลาดเปราะบาง
รายย่อยจำนวนมากตั้งคำถามว่าเป็นการ “ทุบราคา” เนื่องจากเงินระดับล้านล้านดอลลาร์หายไปในระดับนาที โดยเฉพาะเมื่อการร่วงเกิดในตลาดฟิวเจอร์ส ขณะที่ทองคำแท่งจริงกลับตึงตัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันการปั่นตลาด ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่คือพฤติกรรมปกติเมื่อราคาวิ่งไกลเกินพื้นฐาน และมักจบด้วยการปรับฐานรุนแรง
แม้ราคาจะทรุดหนัก แต่ความต้องการซื้อในระยะยาวยังไม่หาย โดย Tether เตรียมจัดสรรพอร์ต 10–15% เข้าทองคำแท่ง ขณะที่ SPDR Gold Trust ถือทองในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ด้านมุมมองอนาคตยังแตกเป็นสองฝั่ง บางค่ายมองว่าเป็นการล้างฟองเพื่อไปต่อ ขณะที่อีกฝั่งเตือนว่านี่อาจเป็นสัญญาณ Blow-off Top ระยะสั้น โดยเฉพาะโลหะเงินที่ถูกเก็งกำไรเกินจริง
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้น เมื่อสภาพคล่องหาย ไม่มีสินทรัพย์ใดปลอดภัย แม้แต่ทองคำหรือ Bitcoin และ 30 นาทีที่ผ่านมาไม่ได้ทำลายแค่ราคา แต่สะท้อนโครงสร้างตลาดโลกที่เปราะบางกว่าที่หลายคนคาดคิด
ที่มา: Ecomomics Times

