<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

Bitcoin เสี่ยงดิ่งหนักซ้ำรอยอดีต? อาจร่วงถึง 32,000 ดอลลาร์ หลังตลาดเริ่มเปลี่ยนทิศ

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตลาดคริปโตกลับมาอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาอีกครั้ง หลังนักวิเคราะห์ได้ออกมาเตือนว่า Bitcoin อาจกำลังเข้าสู่ช่วงการปรับฐานรุนแรง โดยประเมินว่าราคามีโอกาสร่วงอย่างรุนแรงถึง 32,000 ดอลลาร์ 

นักวิเคราะห์รายนี้ชี้ว่า ในทุกวัฏจักรใหญ่ของ Bitcoin หลังจากราคาทำจุดสูงสุดใหม่ ตลาดมักเผชิญแรงเทขายหนักในปีถัดมา ซึ่งเป็นช่วงที่ความเชื่อมั่นเริ่มพลิกจาก “ความโลภ” ไปสู่ “ความกลัว” อย่างรวดเร็ว

จุดสูงสุดมักตามมาด้วยการปรับฐานที่รุนแรง

BSC Gems Alert ได้นำข้อมูลย้อนหลังมาเปรียบเทียบและพบรูปแบบที่เกิดซ้ำ โดยในปี 2017 Bitcoin ได้ทำจุดสูงสุดแถว 19,000 ดอลลาร์ก่อนเข้าสู่ตลาดหมีในปี 2018 และร่วงลงมากถึง 84.1%

ในปี 2021 ราคา BTC พุ่งแตะระดับ 69,000 ดอลลาร์ก่อนถูกเทขายอย่างหนักในปี 2022 ส่งผลให้ราคาปรับฐานลงราว 77.4%

ล่าสุดในปี 2025 Bitcoin ได้ทำจุดสูงสุดแถว 126,000 ดอลลาร์ ซึ่งหากเกิดการปรับฐานในสัดส่วนใกล้เคียงกับรอบก่อนหน้า อาจหมายถึงการร่วงลงมากกว่า 70% ในปี 2026

จากการคำนวณตามสัดส่วนดังกล่าว ราคาอาจร่วงไปปรับฐานที่ประมาณ 30,000 – 32,000 ดอลลาร์ ในรอบนี้ หากตลาดยังคง “ซ้ำรอย” กับอดีตที่ผ่านมา

รอบนี้อาจไม่เหมือนเดิมทั้งหมด

แม้รูปแบบในอดีตจะดูสอดคล้องกันอย่างชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยมองว่า โครงสร้างตลาด Bitcoin ในปัจจุบันแตกต่างจากรอบก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาของ กองทุน Bitcoin ETF ที่เปิดทางให้เงินทุนสถาบันไหลเข้าสู่ตลาด

รวมถึงบทบาทของ Bitcoin ในฐานะ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และปริมาณ Bitcoin บนกระดานเทรดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายคนเชื่อว่า การปรับฐานในรอบนี้อาจไม่รุนแรงเท่ารอบก่อน หรืออาจจบลงเร็วกว่าที่หลายคนคาด

ตลาดอยู่ในจุดชี้ชะตา นักลงทุนควรระวังความผันผวน

ท้ายที่สุด การคาดการณ์ของ BSC Gems Alert ยังคงเป็นเพียงมุมมองหนึ่งที่อิงจากอดีตที่ผ่านมาของตลาด ซึ่งแม้จะมีน้ำหนัก แต่ก็ไม่สามารถการันตีผลลัพธ์ในอนาคตได้

สิ่งที่ชัดเจนคือ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และความผันผวนอาจเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนจึงควรติดตามสัญญาณตลาดอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมในสภาวะที่ “ความกลัว” และ “ความไม่แน่นอน” กำลังกลับมาเป็นปัจจัยหลักของตลาดอีกครั้ง