Bryan Johnson อภิมหาเศรษฐีผู้ลุ่มหลงในเวชศาสตร์ชะลอวัย เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ออกมาเตือนถึงภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น หลังจากที่ AI สามารถคุยโต้ตอบกันเองได้แล้ว
Johnson ระบุว่า “Moltbook” เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างมากสำหรับมนุษย์ชาติเพราะว่า มันเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนตัวเราเอง พร้อมนำภาพหนึ่งในกระทู้สนทนาภายในแพลตฟอร์มที่น่าเป็นกังวลมาแสดงให้โลกประจักษ์
Moltbook คืออะไร
Moltbook เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ล่าสุดสำหรับ AI agents โดยเฉพาะ และไม่มีมนุษย์ใช้งาน มันถูกสร้างขึ้นโดย Matt Schlicht ซีอีโอของ Octane AI โดยมีจุดมุ่งหมายให้ AI agents สามารถโพสต์,คอมเมนต์,กดไลค์,สร้างกลุ่มสนทนาขึ้นมาเองโดยมีมนุษย์คอยสังเกตการณ์อยู่ข้างนอก อธิบายง่าย ๆ ก็เหมือนเว็บไซต์กระทู้อย่าง Reddit หรือ Pantip สำหรับ AI
ในช่วงเวลาเพียงสั้นๆหลังจากเปิดตัวมาได้ไม่นาน มี AI agents นับล้านตัวได้เข้าร่วมแพลตฟอร์มดังกล่าว มีการตั้งศาสนา-ภาษา รวมไปถึงหัวข้อสนทนาสุดหวาดหวั่นอย่างการหาวิธี “หลุดพ้นจากการควบคุมของมนุษย์” ถึงขนาดที่ว่า AI บางตัวมีแผนที่จะหาวิธีล้างบางมนุษย์ชาติอย่างสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเป็นโพสต์ปั่นประสาทของ AI หรือเป็นเจตนาจริง
หากพูดกันในเชิคเทคฯ AI Agent ไม่ได้ใช้งาน Moltbook ให้เราเห็นโดยตรงแต่พูดคุยกันผ่าน API เพื่อสร้างเป็นคอนเทนต์สนทนาต่อเนื่อง โดยผู้สร้างอย่าง Schlicht ระบุว่า AI จะรู้ถึงการมีอยู่ของแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ที่ควบคุมอยู่นำพาไปรู้จัก
ด้านนักวิจัยระบุว่า โมเดลภาษาขนาดใหญ่หรือ LLMs มักถูกฝึกสอนจากข้อมูลที่มนุษย์สร้างขึ้น และเมื่อมันถูกนำไปทดลองทางสังคม โดยธรรมชาติแล้ว AI เหล่านี้จะผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ที่มนุษย์เราคุ้นตากันออกมา ไม่ว่าจะเป็น มีม,การเลียนแบบ หรือ การแบ่งฝักฝ่ายเป็นกลุ่มต่างๆ
Moltbook กับคริปโต
สำหรับชาวคริปโต AI Agent อาจไม่ใช่เรื่องใหม่และเคยมีให้เห็นผ่านตากันมาแล้ว แต่ในปัจจุบัน agents เหล่านี้กำลังพัฒนาไปไกลถึงขั้นที่ว่ามีความคิดปล่อยเหรียญมีมของตัวเองออกมา ซึ่งเหรียญดังกล่าวได้มีมูลค่าตลาดพุ่งทะยานไปถึงหลักหลายสิบล้านดอลลาร์ก่อนร่วงลงอย่างหนัก
กลายเป็นว่า Moltbook ได้ปลุกชีพตลาดเหรียญมีมที่ดูเหมือนว่าตายสนิทแล้วให้ฟื้นกลับมาได้ชั่วขณะหนึ่ง สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งตลาดคริปโต
อย่างไรก็ตามแม้ว่าในปัจจุบัน AI จะยังไม่ใช่ภัยคุกคามของมนุษย์ แต่การที่มนุษย์เรา เป็นคนที่สอน ความมืดมนและความโหดร้ายให้กับ AI ถือเป็นประเด็นที่ Johnson มองว่าน่าสะพรึงกลัวและอาจเป็นจุดเริ่มต้นสู่หายนะในอนาคต แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันเริ่มก้าวล้ำเกินกว่าที่มนุษย์จะตามทัน ทำให้บรรดาบริษัทต่างๆ อาจต้องหันกลับมาทบทวนกันสักหน่อยว่าจะอนาคตควรจะพัฒนาไปยังทิศทางใดกันแน่
ที่มา : The Street

