เรื่องราวนี้กลายเป็นอุทาหรณ์ที่สอนใจนักลงทุนไม่น้อย เมื่อโลกของการเทรดที่หลายคนมองว่า สร้างโอกาส กลับพาใครบางคนไปติดกับดักหนี้ก้อนโต โดยเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่ง ที่ชื่อ TurquoiseDolphin2013 ได้โพสต์ข้อความ และรูปภาพการขาดทุนลงในกลุ่ม Bitcoin Thai Community เพื่อขอกำลังใจ และแนวทางให้การแก้หนี้มูลค่า 600,000 บาท ที่เกิดจากการกู้เงินมาเทรดคริปโตฟิวเจอร์ส
เจ้าของโพสต์เล่าว่า เธอเป็นมือใหม่ในวงการมีคนเตือนแล้วแต่ไม่ฟัง เพราะคิดว่าคงไม่เสียมาก สุดท้ายเงินลงทุนกลับกลายเป็น “เงินทั้งชีวิต” และพาเธอเข้าสู่หนี้ก้อนใหญ่เกินตัว เธอย้ำชัดว่า ไม่ได้มาหาคนซ้ำเติม แต่อยากได้กำลังใจและทางออกว่าจะเริ่มต้นแก้หนี้ 600,000 บาทจากตรงไหน
“สวัสดีค่ะ เราใหม่มากกับวงการนี้ และมีคนเตือนแต่ไม่ฟังเพราะคิดว่าได้คงไม่เสียมาก ตอนนี้เงินลงทุนเป็นเงินทั้งชีวิตที่มี และตอนนี้เราเป็นหนี้ที่เกินตัวจากการเทรดฟิวเจอร์ ไม่ได้มาหาคนซ้ำเติมนะคะ แต่อยากหากำลังใจ และหนทางการก้าวออกจากหนี้จำนวน 600,000 บาท ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลยค่ะ”

ภาพที่โพสต์มาด้วย เผยให้เห็นตัวเลขการขาดทุนจากการเทรดฟิวเจอร์สเป็นเงินสูงถึง -32,731.51 USDT หรือราว 1,032,166 บาท ซึ่งเป็นการขาดทุนสะสมต่อเนื่องยาวนานถึง 180 วัน โดยกราฟไม่เคยฟื้นกลับมาเป็นบวกเลยแม้แต่ช่วงเดียว และในปัจจุบันเงินในพอร์ตเหลือเพียง 1.46 USDT หรือประมาณ 46.05 บาท ซึ่งแทบจะกลายเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับยอดที่สูญเสียไป
หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันเพียบ ทั้งแสดงความเห็นใจ และให้คำแนะนำถึงทางออกที่เป็นไปได้หลากหลายมุม
โดยจากคอมเมนต์เพิ่มเติมของเจ้าของโพสต์ ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ขาดทุนหนัก จากการลงเงินเพิ่ม แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เป็นเพราะ “ คิดว่าจะคืนได้นี่แหละค่ะ แต่ไม่เลย”

หนึ่งในคำแนะนำที่ได้รับความสนใจคือ การเตือนให้เธอหยุดเทรดถาวร ลบแอปฯ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในกับดักการเอาคืน พร้อมให้กางตัวเลขหนี้ 600,000 บาทว่า เป็นหนี้จากที่ไหนบ้าง จัดลำดับและประนอมหนี้ พร้อมหันไปโฟกัสหารายได้ที่แน่นอน และย้ำว่าหนี้ก้อนนี้ไม่ใช่สิ่งที่แก้ไม่ได้ หลายคนเคยล้มหนักกว่านี้ก็ยังกลับมาได้

อีกคอมเมนต์หนึ่งก็เตือนแรงว่า มือใหม่ไม่ควรเริ่มจากฟิวเจอร์ส แต่ควรสะสมสินทรัพย์ก่อน เพราะอย่างน้อยยังมีของอยู่ในมือ ไม่ใช่การเล่นแบบแทงสูงต่ำที่ไม่ต่างจากการพนัน

เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ตลาดการลงทุนไม่เคยปรานีใคร และบางครั้งการยอมรับความผิดพลาด หยุดให้เป็น และค่อยๆ แก้หนี้ในโลกจริง อาจเป็นก้าวแรกที่ยากที่สุด แต่สำคัญที่สุดในการกลับมายืนให้ได้อีกครั้ง
ที่มา : facebook

