จากกรณีที่มีนักลงทุนรายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นลงในกลุ่ม Bitcoin Thai Community เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า โดนแฮ็กกระเป๋า wallet เสียหายกว่า 250,000 บาท พร้อมเตือนภัยให้นักลงทุนเปิดใช้งาน 2FA หรือใช้ Cold wallet เพื่อความปลอดภัยของการรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล

ที่มาภาพ : facebook
โดยเหล่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ในกลุ่มเฟซบุ๊คได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าของโพสต์น่าจะไม่ได้ตั้งการยืนยันตนแบบ 2 ขั้นตอน (2FA) ไว้ หรือเป็นการถูกแฮ็กจากการกดเว็บไซต์ปลอมจากภายนอกที่มักหลอกลวงให้นักลงทุนดาวน์โหลดติดตั้งโปรแกรมเพื่อรับเหรียญฟรี ซึ่งหากกดเข้าไปแล้ว Scammer จะสามารถเข้าสู่ email ได้ และมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนแฮ็ก Wallet ได้ ซึ่งกรณีนี้ส่วนมากจะเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมผ่านคอมพิวเตอร์ (PC) เป็นหลัก
ล่าสุดทาง Bitkub ได้ประกาศปิดการทำธุรกรรมถอนเหรียญ (Coin Withdrawal) สำหรับลูกค้าชาวไทย ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.bitkub.com เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป พร้อมแจงวิธีดูแลบัญชีให้มีความปลอดภัย ดังนี้
– ไม่กดเข้าลิ้งก์ที่มีแหล่งที่มาที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือการเชิญชวนให้ดาวน์โหลด Bitkub Desktop
– ตั้งค่าเปิดใช้งานความปลอดภัยในการทำธุรกรรมเสริมความมั่นใจ ได้แก่ 2FA (Two-Factor Authentication), OTP (One-Time Password), Passkey และ Face Verification (การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า) เป็นต้น
– ตรวจสอบชื่อโดเมน ตัวสะกด และสัญลักษณ์ความปลอดภัยให้ถูกต้องก่อนทำธุรกรรม
– เปิดรับข่าวสารจากอีเมลที่ใช้สมัคร Bitkub และติดตามข่าวสารจากช่องทาง Bitkub Official
– หากพบความผิดปกติให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่าน และติดต่อเจ้าหน้าที่ Bitkub เพื่อรับความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

