<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

UBS รุกตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เตรียมเปิดบริการเทรดคริปโทฯ เอาใจลูกค้า Private Banking

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ในงานแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง UBS Group สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการเปิดให้บริการเข้าถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรง สำหรับลูกค้ากลุ่ม Private Banking โดย Sergio Ermotti ซีอีโอของธนาคารระบุว่า โร้ดแมพดังกล่าวเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในยุทธศาสตร์ระยะยาวหลายปีของธนาคารเพื่อปูทางสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบโทเคน (Tokenized Assets)

ในระหว่างการแถลงข่าว Ermotti ขยายความว่า “เรากำลังวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานหลัก และพิจารณาบริการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การเปิดให้ลูกค้าบุคคลเข้าถึงคริปโต ไปจนถึงโซลูชันเงินฝากรูปแบบโทเคนสำหรับลูกค้าองค์กร” เขายังนิยามบทบาทของ UBS ในสมรภูมินี้ว่าเป็น Fast Follower  โดยวางแผนจะทยอยเปิดตัวบริการเหล่านี้ควบคู่ไปกับบริการบริหารความมั่งคั่งและวาณิชธนกิจเดิมที่มีอยู่ ภายในกรอบระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ท่าทีของ UBS ที่มีต่อคริปโทฯ นั้นแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ในตอนนั้นผู้บริหารระดับสูงรวมถึง Paul Donovan หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก เคยวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin และตั้งคำถามถึงคุณสมบัติการเป็นตัวกลางเก็บรักษามูลค่า แต่ในเวลาต่อมา ธนาคารเริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสจากการต่อต้าน มาเป็นการมุ่งเน้นเทคโนโลยีโทเคนไนเซชันและโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนแทน โดยได้เริ่มนำร่องกองทุนตลาดเงินบนเครือข่าย Ethereum รวมถึงระบบการออกและชำระบัญชีกองทุนผ่านบล็อกเชน

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สอดคล้องกับรายงานจาก Bloomberg เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ระบุว่า UBS กำลังอยู่ระหว่างเฟ้นหาพันธมิตรเพื่อเปิดช่องทางให้ลูกค้าบางกลุ่มในสวิตเซอร์แลนด์สามารถลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ได้ 

นอกจากนี้เมื่อย้อนไปในปี 2023 ธนาคารยังได้เริ่มอนุญาตให้ลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูงในฮ่องกงสามารถซื้อขาย ETF ที่อิงกับสัญญาฟิวเจอร์สคริปโตได้แล้ว ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามีโอกาสทำกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ต้องถือครองเหรียญโดยตรง

ในส่วนของผลประกอบการปีงบประมาณ 2025 UBS โชว์ฟอร์มแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 7.8 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 53% จากปีก่อนหน้า ส่วนไตรมาส 4 (สิ้นสุด 31 ธ.ค.) ทำกำไรไป 1.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 56% ที่น่าจับตามองคือมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ที่พุ่งทะลุหลัก 7 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของธนาคาร

Ermotti ทิ้งท้ายว่า “ลูกค้าจะให้ความสำคัญกับที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน พร้อมมอบการเข้าถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมและโซลูชันข้ามพรมแดนที่ลื่นไหล”

ทั้งนี้ UBS มีแผนที่จะขยายบริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับบริการทางการเงินรูปแบบเดิม โดย Ermotti ย้ำด้วยความมั่นใจว่า “UBS อยู่ในจุดยืนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ที่จะเปลี่ยนเทรนด์เหล่านี้ให้กลายเป็นผลกำไรที่แข็งแกร่งและการสร้างมูลค่าในระยะยาว”   

  • ที่มาข่าว:coinpost
  • ที่มาภาพ:BBC