<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เตือนภัยระวัง Forced Selling เตือนอาจทำตลาดพังหลังกองทุนฮ่องกงถังแตกทุบ Bitcoin ร่วง $64k

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Ki Young Ju ซีอีโอของ CryptoQuant ได้ออกมาเตือนภัยผ่านแพลตฟอร์ม X ถึงสถานการณ์ตลาด Bitcoin ตอนนี้ที่กำลังวิกฤต โดยระบุว่าแรงเทขายมหาศาลที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ดูผิดปกติเกินกว่าจะเป็นการปรับพอร์ตทั่วไปของสถาบันการเงิน เขามองว่านี่คือลักษณะของ “Forced Selling” ซึ่งหากไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ ก็ยากที่จะเห็นสถาบันต่างๆ เทของออกมาพร้อมกันเยอะขนาดนี้ในรวดเดียว

ความน่ากลัวของ Forced Selling โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด Bitcoin มักนำไปสู่ Cascade Effect ที่รุนแรง โดยเริ่มจากการที่กองทุนต่างๆ ถูก Liquidate ทำให้ราคาดิ่งลง ส่งผลต่อเนื่องให้ธุรกิจเหมืองขุดเริ่มขาดทุนจนล้มละลาย และสุดท้ายก็จะลามไปถึงนักลงทุนรายย่อยที่พยายามถือทน ซึ่งอาจจะต้องยอมแพ้ขายขาดทุนออกมาในที่สุด

เบื้องหลังของแรงขายมหาศาลครั้งนี้ มีรายงานที่เชื่อมโยงไปถึงปริมาณการซื้อขายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่อวันในกองทุน ETF ของ BlackRock (IBIT) โดยมีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่า ต้นตออาจเกิดจาก Hedge Fund ในฮ่องกง แห่งหนึ่งที่ประสบปัญหาขาดทุนหนักจากการเก็งกำไร Options บน IBIT จนพอร์ตแตก จนถูกบังคับให้เทขายสินทรัพย์ออกมา ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ฉุดราคา Bitcoin ให้ร่วงลงไปแตะระดับ 64,000 ดอลลาร์ (ลดลง 13%) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปอีกจากปัจจัยมหภาคต่างๆเช่น การ Unwind ของ JPY Carry Trade และความผันผวนในตลาดแร่เงิน ทำให้จะยิ่งเร่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น หากราคา Bitcoin ไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ภายใน 1 เดือน เราอาจได้เห็นการถอนตัวของสถาบัน ซึ่งจะส่งผลเสียระยะยาวต่อความเชื่อมั่นในตลาด

สิ่งที่นักลงทุนไม่ควรละเลย เพราะประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าวงจร Forced Selling มักจะจบลงด้วยความเจ็บปวด หากไม่มีเงินทุนก้อนใหม่เข้ามาพยุงราคา การล้มแบบโดมิโนจากกองทุน สู่เหมือง และสู่รายย่อยลงมา อาจทำให้การกลับไปสู่จุดสูงสุดเดิมของ Bitcoin ต้องใช้เวลายาวนานกว่าที่คิด

ที่มา: @ki_young_ju