ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยความหวาดวิตกและแรงเทขายมหาศาล แต่มุมมองจากผู้จัดการกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกอย่าง Bitwise กลับชี้ให้เห็นสิ่งที่สวนทางกับความรู้สึกของตลาด โดยพวกเขามองว่าความรู้สึก “วิตกกังวล” ที่กำลังปกคลุมอยู่นี้ อาจเป็นสัญญาณสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกว่าเรากำลังเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของขาลงและเตรียมเข้าสู่การฟื้นตัวแล้ว
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ระบุว่าการพยายามจับจังหวะเพื่อซื้อที่จุดต่ำสุดของตลาดอย่างแม่นยำนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและอาจไม่จำเป็น แต่บทเรียนในอดีตสอนให้เรารู้ว่า ช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดิ่งลงเหวและเต็มไปด้วยความเครียด มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสที่ดีที่สุดเสมอ
ประวัติศาสตร์ไม่โกหก วิกฤตคือโอกาสทอง
Bitwise ได้ยกข้อมูลสถิติย้อนหลังมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า ผู้ที่กล้าสวนกระแสความกลัวเข้าสะสมสินทรัพย์ในช่วงจุดต่ำสุดของวิกฤตปี 2018 สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 2,000% ในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์แล้วว่าการซื้อในวันที่คนอื่นกลัวให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเพียงใด
เช่นเดียวกับผู้ที่เข้าซื้อในช่วงตลาดหมีปี 2022 ซึ่งแม้เวลาจะผ่านไปเพียง 3 ปีเศษ แต่ปัจจุบันนักลงทุนกลุ่มนี้ก็ยังมีกำไรเติบโตกว่า 300% ดังนั้น Hougan จึงมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาและการเติบโตทางเทคโนโลยีดูขัดแย้งกัน เป็นเพียงภาพฉายซ้ำของวัฏจักรเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
มรสุมข่าวร้ายและแรงเทขายระดับ 5.4 พันล้านดอลลาร์
ต้องยอมรับว่าการเริ่มต้นปี 2026 นี้ถือเป็นบททดสอบที่โหดหินสำหรับตลาดคริปโต เมื่อมูลค่าตลาดรวมหายวูบไปกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่จุดสูงสุด และราคา Bitcoin ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือนที่ 60,000 ดอลลาร์ จนส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตสัญญาอนุพันธ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งด้วยมูลค่ากว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมง
นักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุของหายนะครั้งนี้เกิดจากปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน หรือ Perfect Storm เริ่มตั้งแต่ความกังวลต่อนโยบายการเงินที่อาจเข้มงวดขึ้นจากการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ รวมถึงแรงเทขายมหาศาลจากกองทุน ETF ในสหรัฐฯ และกระแสการลดความเสี่ยงทั่วโลกที่กดดันทั้งหุ้นเทคโนโลยีและคริปโต
ปัจจัยพื้นฐานสวนทางราคา ยุคแห่ง AiFi กำลังก่อตัว
แม้ราคาหน้ากระดานจะดูแดงเดือด แต่ทาง Bitwise ยืนยันว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางลบ โลกยังคงมุ่งหน้าสู่ความเป็นดิจิทัล เห็นได้จากการเติบโตของ Stablecoins, สินทรัพย์ Tokenization และเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาอย่างการผสานรวมระหว่าง AI และการเงิน หรือ “AiFi” ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ
ผู้บริหารของ Bitwise ย้ำว่าราคาในปัจจุบันอาจไม่ได้สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะการที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ใน Wall Street ยังคงเดินหน้าพัฒนาและใช้งานบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนราคาให้กลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
จับตาจุดเปลี่ยนเกม กฎหมาย CLARITY และดอกเบี้ย
สำหรับทิศทางในอนาคต Bitwise ประเมินว่าตลาดหมีรอบนี้อาจจะไม่ได้จบลงด้วยการดีดตัวขึ้นอย่างรุนแรงในทันที แต่น่าจะเป็นลักษณะของการซึมลงจนหมดแรงขายมากกว่า โดยมีตัวแปรสำคัญที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนเกม เช่น ความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ที่จะช่วยวางกรอบการกำกับดูแลให้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจัยมหภาคอย่างความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกิดจากจุดตัดระหว่างปัญญาประดิษฐ์และคริปโต ก็ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยฟื้นคืนความเชื่อมั่น ดังนั้นคำแนะนำจาก Bitwise ในช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่คือความอดทนและการมองเป้าหมายในระยะยาวเป็นหลัก
ที่มา: coindesk

