สถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ กำลังกลับมากดดันตลาดการเงินทั่วโลกอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเกิด Government Shutdown ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ หากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณได้ทันเวลา
ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Polymarket ระบุว่า โอกาสที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะปิดทำการรอบใหม่พุ่งขึ้นมาสูงถึง 70–71% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนและผู้เล่นในตลาดต่อความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
ตลาดพังใน 5 วัน ในช่วง Shutdown ครั้งล่าสุด
หากนักลงทุนคิดว่าการ Shutdown เป็นเพียง “ประเด็นการเมือง” ตัวเลขจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุดอาจเปลี่ยนความคิดนั้นไปอย่างสิ้นเชิง
ระหว่างวันที่ 31 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเวลาเพียง 5 วัน ตลาดการเงินได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดย Bitcoin ได้ร่วงจาก 79,000 ดอลลาร์ เหลือ 74,000 ดอลลาร์ และ Ethereum ได้ร่วงจาก 2,700 ดอลลาร์ เหลือ 2,100 ดอลลาร์
ในฝั่งตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็ผันผวนไม่แพ้กัน โดยทองคำร่วงจาก 5,445 ดอลลาร์ เหลือ 4,670 ดอลลาร์ และแร่เงินร่วงจาก 118 ดอลลาร์เหลือ 77 ดอลลาร์ ขณะที่ GDP ลดลง 0.43% ภายในเวลาไม่กี่วัน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าตลาดการเงินตอบสนองต่อความไม่แน่นอนได้รุนแรงกว่าที่หลายคนคาดคิด
งบ DHS และเกมการเมืองในวุฒิสภา
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยง Government Shutdown พุ่งขึ้นในครั้งนี้ มาจากความขัดแย้งทางการเมืองภายในวุฒิสภา โดยเฉพาะประเด็น งบประมาณของกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ DHS
รายงานระบุว่า หลังเหตุการณ์ยิงกันที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองในเมืองมินนิอาโพลิส พรรคเดโมแครตกำลังใช้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแรงกดดัน เพื่อขัดขวางการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณของ DHS
และนี่คือ “จุดระเบิด” ของปัญหา หากงบประมาณ DHS ไม่ผ่าน หน่วยงานสำคัญอาจหยุดชะงัก งบประมาณต่าง ๆ จะสะดุด และจะเกิดการ Shutdown ทันที
ความไม่แน่นอนกำลังกลับมา
แม้ตลาดการเงินยังคงเคลื่อนไหวตามปัจจัยระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจาก Government Shutdown ของสหรัฐฯ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเขย่าทั้งตลาดคริปโต หุ้น และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อีกครั้ง
