Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ออกมาโพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ตีแผ่เบื้องหลังการดิ่งลงของราคา Bitcoin ในช่วงนี้ว่า ไม่ได้เกิดจากแรงขายปกติเพียงอย่างเดียว แต่ความรุนแรงถูกขยาย โดยกลไกการป้องกันความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
Arthur Hayes อธิบายว่า ธนาคารใหญ่ที่ออกผลิตภัณฑ์การลงทุนซึ่งผูกกับกองทุน IBIT ของ BlackRock มีความจำเป็นต้องทำสิ่งที่เรียกว่า Delta Hedging คือ เมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงไปถึงจุดที่กำหนด ดีลเลอร์เหล่านี้จะถูกบังคับให้ต้อง “ขาย Bitcoin ออกมาเพิ่ม” เพื่อรักษาสถานะพอร์ตให้ปลอดภัย
กระบวนการนี้จึงกลายเป็นวงจรที่ยิ่งร่วง ก็ยิ่งต้องขาย Bitcoin ซ้ำ ทำให้ราคา Bitcoin ดิ่งเหวรุนแรงกว่าปกติ
Arthur Hayes ยังย้ำว่า นี่ไม่ใช่แผนลับในการทุบตลาด แต่เป็นกลไกของตลาดอนุพันธ์ที่ทำหน้าที่ขยายความผันผวนให้สุดทาง ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งการที่ตลาดไม่มีใครเข้ามาอุ้มในรอบนี้ จะช่วยให้ระบบทำการล้างเลเวอเรจที่เกินตัวออกไปอย่างเป็นธรรมชาติตามกลไกตลาด
โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin เพิ่งทำสถิติราคาดิ่งลงอย่างรุนแรงที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่การล่มสลายของเว็บเทรดคริปโต FTX เมื่อปี 2022

แม้หลายคนจะมองว่า เป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค หรือความกังวลเรื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์ แต่ Franklin Bi จาก Pantera Capital กลับเสนอทฤษฎีที่น่าสนใจกว่านั้น โดยเชื่อว่า ตัวการหลักอาจเป็น “ผู้ขายรายใหญ่ในเอเชีย” ที่ไม่ใช่สายคริปโตโดยตรง ทำให้ตรวจจับร่องรอยได้ยาก
ซึ่งคาดว่า ผู้ขายรายใหญ่ในเอเชียกลุ่มนี้ อาจกำลังทำกำไรแบบใช้เลเวอเรจสูงบน Binance โดยอาศัยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจาก Yen Carry Trade
เมื่อค่าเงินเยนหรือสภาวะตลาดเปลี่ยนทิศทาง จึงเกิดการเทขายล้างพอร์ตออกมาอย่างรวดเร็ว จนทำให้ราคา Bitcoin ทรุดหนักอย่างที่เห็น
ที่มา : beincrypto

