Binance กระดานเทรดอันดับหนึ่งของโลก กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ โดยมีการตรวจพบยอดเงินไหลออกสุทธิ (Net Outflows) สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ท่ามกลางข่าวลือหนาหูเรื่องสถานะทางการเงินที่อาจไม่มั่นคง
สถานการณ์ยิ่งทวีความตึงเครียดเมื่อข้อมูล On-chain วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเจ้ามือรายใหญ่ทำการถอนเหรียญออกไปล็อตมหึมา แบ่งเป็น Bitcoin กว่า 3,500 BTC และ Ethereum อีก 30,000 ETH ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการ “หนีตาย” ของนักลงทุนรายใหญ่ที่รู้ข้อมูลวงใน หรืออาจเป็นเพียงการบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก
ต้นตอของความตื่นตระหนกในครั้งนี้ มาจากกระแสข่าวลือเรื่องการตั้งข้อสังเกตว่า Binance อาจกำลังซ่อนปัญหาขาดสภาพคล่องที่แท้จริงอยู่ ประกอบกับสถิติการใช้งานแพลตฟอร์มที่ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี ทำให้นักเทรดหลายคนเริ่มกังวลว่านี่อาจเป็นหนังม้วนเดิมแบบเดียวกับวิกฤต FTX ที่เคยเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่ง Binance ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย Yi He ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้ออกมาตอบโต้กระแสข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าการถอนเงินที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการ “Stress Test” ของระบบเท่านั้น และยืนยันว่าสินทรัพย์ของลูกค้ายังคงปลอดภัยแบบ 1:1 นอกจากนี้ ข้อมูลจาก CoinGlass ยังชี้ให้เห็นมุมมองอีกด้านว่า เงินที่ไหลออกนี้อาจเป็นเพียงการ “ขายทำกำไร” หลังจากที่มีเม็ดเงินไหลเข้ามากว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า
ที่มา: @JacobKinge

