Mononaut นักพัฒนา Bitcoin ระบุว่า ความยากในการขุด Bitcoin หรือค่า Mining Difficulty ลดลงถึง 11.16% สู่ระดับ 125.86 ล้านล้าน ถือเป็นการร่วงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่จีนออกคำสั่งแบนการขุดอย่างจริงจังเมื่อราว 5 ปีก่อน และยังติดอันดับ Top 10 การร่วงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ Bitcoin เกิดขึ้นมา
โดยเน้นย้ำว่า การลดลงครั้งนี้สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายด้าน ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ชั่วคราวเหมือนในอดีต
Hashrate หายเกือบ 20% ใน 30 วัน
นักวิเคราะห์พบว่า ค่า Mining Difficulty ที่ลดลงสอดคล้องกับ Hashrate รวมของเครือข่ายที่หายไปเกือบ 20% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก Luxor Technology ระบุว่า Hashrate ปรับตัวลงกว่า 11% ภายในสัปดาห์เดียว เหลือประมาณ 893 EH/s จากจุดสูงสุดกว่า 1.1 ZH/s เมื่อเดือนตุลาคม

การหายไปของพลังประมวลผลจำนวนมากบ่งชี้ว่า นักขุดจำนวนไม่น้อยเริ่ม ปิดเครื่อง หลังรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
สภาพอากาศกระทบการขุดในสหรัฐฯ
นอกจากปัจจัยด้านราคาแล้ว พายุฤดูหนาวรุนแรงในสหรัฐฯ ช่วงปลายเดือนมกราคม ยังบังคับให้นักขุดในหลายพื้นที่ต้องลดกำลังการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ส่งผลให้พลังขุดราว 200 EH/s หายไปจากเครือข่ายชั่วคราว และทำให้ Hashrate ของ Foundry USA ลดลงเหลือเพียง 60%
แรงกดดันจากนโยบาย ต้นทุน และสภาพอากาศ อาจกลายเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมการขุด Bitcoin ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ และก่อให้เกิดแนวทางใหม่เพื่อความอยู่รอดในอนาคต

