<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ผู้ถือระยะยาวเทขาย 2.45 แสน BTC! แต่ตลาดไม่ตาย-ข้อมูลชี้ ตลาดอาจเจอจุดต่ำสุดแล้ว?

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ตลาดคริปโตเพิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ระทึกขวัญมาหมาดๆ เมื่อข้อมูล On-chain ล่าสุดเปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า กลุ่มผู้ถือ Bitcoin ระยะยาว (Long-Term Holders หรือ LTHs) ได้ทำการเทขายเหรียญออกมาอย่างหนักหน่วงถึง 245,000 BTC ในช่วงที่ราคาร่วงหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นการลดสถานะการถือครองที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2024

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเทขายครั้งใหญ่ แต่ราคา Bitcoin กลับสามารถดีดตัวกลับขึ้นมายืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้งในขณะนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด และเมื่อเจาะลึกลงไปในข้อมูลกลับพบ “สัญญาณขัดแย้ง” ที่น่าสนใจ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าการเทขายครั้งนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนมือของเหรียญ และจุดต่ำสุดของตลาดอาจจะผ่านพ้นไปแล้ว

ขายหนักแต่ของไม่ขาด ปริมาณเหรียญในมือ LTH กลับเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก CryptoQuant และ Glassnode ชี้ให้เห็นปรากฏการณ์ที่ดูย้อนแย้ง คือแม้จะมีการเทขายออกมาถึง 245,000 BTC แต่ปริมาณ Bitcoin รวมที่อยู่ในมือของผู้ถือระยะยาวกลับ “เพิ่มขึ้น” มาอยู่ที่ 13.81 ล้าน BTC จากเดิม 13.63 ล้าน BTC ในปี 2026 สิ่งนี้สะท้อนว่าในขณะที่วาฬกลุ่มเดิมขายทำกำไรหรือตัดขาดทุน ก็มีนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่ถือครองเหรียญมานานพอจนสถานะเปลี่ยนจาก “ระยะสั้น” กลายเป็น “ระยะยาว” เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ทันที

นอกจากนี้ ดัชนี SOPR (Spent Output Profit Ratio) ของผู้ถือระยะยาวได้กลับมายืนเหนือระดับ 1 อีกครั้งในวันจันทร์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกว่าตลาดเริ่มกลับมาทำกำไรได้และแรงขายที่ขาดทุนเริ่มหมดไป สอดคล้องกับพฤติกรรมของวาฬที่อาศัยจังหวะราคาดิ่งลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์เพื่อเข้าช้อนซื้อของถูก

จับตาพายุลูกถัดไป เงินเฟ้อสหรัฐฯ และเก้าอี้ประธานเฟด

แม้สัญญาณภายในตลาดจะเริ่มดูดีขึ้น แต่ปัจจัยภายนอกยังคงเป็นก้อนเมฆสีเทาที่ปกคลุมอยู่ นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพุธนี้ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางดอกเบี้ย โดยตลาดประเมินว่ามีโอกาสสูงถึง 82.2% ที่เฟดจะ “ไม่ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือนมีนาคม เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงดื้อรั้น

อีกหนึ่งปัจจัยความเสี่ยงคือความไม่แน่นอนทางการเมืองเกี่ยวกับการแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งส่งผลให้ตลาดพันธบัตรผันผวนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ให้ขยับตัวได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) เริ่มอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 97 อาจเป็นลมหนุนเบาๆ ที่ช่วยให้ Bitcoin หายใจได้คล่องขึ้นบ้างในระยะสั้น

ที่มา: cointelegraph