แม้ราคา Bitcoin จะสามารถดีดตัวกลับขึ้นมาจากแนวรับสำคัญที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ จนทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มมีความหวัง แต่จากการวิเคราะห์เจาะลึกทางเทคนิคล่าสุดกลับพบสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่า การพุ่งขึ้นในรอบนี้อาจเป็นเพียง “กับดักกระทิง” ล่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าไปติดดอย ก่อนที่จะทุบราคาลงต่อ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ “ปริมาณการซื้อขาย” (Volume) ที่ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดในระหว่างการดีดตัว ซึ่งขัดแย้งกับทฤษฎีการกลับตัวขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ที่มักจะต้องมาพร้อมกับแรงซื้อที่หนาแน่น การที่ราคาวิ่งขึ้นแต่ไร้คนตามแบบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวรอบนี้เกิดจากการ Short Covering หรือการซื้อเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าจะเป็นการเข้าสะสมของจริง
สัญญาณมรณะ: ชนต้าน Fibonacci และ VWAP แล้วร่วง
ในทางเทคนิค กราฟ Bitcoin กำลังส่งสัญญาณอ่อนแออย่างชัดเจน เมื่อราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ระดับ Fibonacci 0.618 และเส้น VWAP แล้วถูกตบกลับลงมาทันที ซึ่งโซนนี้ถือเป็นจุดวัดใจสำคัญของรอบการเด้ง การที่ราคาไม่สามารถผ่านด่านนี้ไปได้ แถมยังมาพร้อมกับวอลุ่มที่เหือดแห้ง ยิ่งตอกย้ำว่าฝั่งขายยังคงคุมเกมอยู่ และพร้อมที่จะเทขายใส่ทุกครั้งที่ราคาขยับขึ้น
หลุดโซนควบคุม (POC) = หมีกลับมาครองตลาด
อีกหนึ่งสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม คือการที่ราคา Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือจุด Point of Control (POC) หรือระดับราคาที่มีการซื้อขายหนาแน่นที่สุดได้ การที่ราคาหลุดลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าโซนนี้ แปลว่าสมดุลของตลาดได้เปลี่ยนกลับไปอยู่ในมือของฝั่งหมีอีกครั้ง และมีความเสี่ยงสูงที่ราคาจะไหลลงต่อตามแรงโน้มถ่วงเดิม
เตรียมใจรับแรงกระแทก: เป้าถัดไปที่ $60,000
ตราบใดที่ Bitcoin ยังไม่สามารถระเบิดวอลุ่มซื้อเพื่อทะลุแนวต้าน 76,200 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ กรอบการวิ่งของราคาจะยังคงเป็นลักษณะแกว่งตัวในกรอบกว้าง โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะม้วนตัวกลับลงไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ 60,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ต้องจับตาดูให้ดีว่าแนวรับเดิมจะยัง “เหนียว” พอที่จะรับอยู่หรือไม่ หรือจะแตกพ่ายจนเปิดประตูนรกสู่จุดต่ำสุดใหม่
ที่มา: crypto.news

