<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

จับตาแนวโน้ม Bitcoin สัปดาห์นี้: 5 ประเด็นชี้วัด ราคาจะยืนไหวหรือไหลไป $50,000?

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
สรุปข่าว
  • กราฟยังไม่จบขาลง: นักวิเคราะห์ชี้การดีดตัวช่วงนี้อาจเป็นกับดักกระทิง โดยมีโอกาสสูงที่ราคาจะร่วงลงไปทดสอบแนวรับลึกที่ $60,000 หรือ $50,000 เพื่อสร้างฐานใหม่
  • Macro กดดันหนัก: ตลาดจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และท่าทีของเฟด หลังมีแนวโน้ม “คงดอกเบี้ย” ในเดือนมีนาคม กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
  • นักขุดเทขาย: ข้อมูล On-chain เผยนักขุดโอน Bitcoin เข้ากระดานเทรดกว่า 24,000 BTC สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 ส่อแววเทขายทำกำไรหรือลดความเสี่ยง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish ⚠️

ปัจจัยลบทางเทคนิคและปัจจัยมหภาค กำลังรุมเร้าตลาดพร้อมกัน ทั้งแรงเทขายจากนักขุด ความแข็งแกร่งของดอลลาร์ และความไม่แน่นอนของดอกเบี้ยเฟด ทำให้ระยะสั้น Bitcoin มีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงต่อมากกว่าที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้นทันที

บรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังจากที่ Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรง จนทำเอาหลายคนใจเสีย และนักเทรดส่วนใหญ่เริ่มมองตรงกันว่า “จุดต่ำสุดที่แท้จริง” ยังมาไม่ถึง ซึ่งเราอาจเห็นราคา Bitcoin ไหลลงไปทดสอบแนวรับลึกถึงระดับ $60,000 หรือ $50,000 ดอลลาร์ เพื่อสร้างฐานใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม

ในบทความนี้ ทางสยามบล็อกเชน จะพาทุกคนไปเจาะลึก 5 ประเด็นสำคัญที่จะกำหนดชะตาพอร์ตของคุณในสัปดาห์นี้ มาดูว่าจะมีเรื่องไหนกันบ้าง

1.ราคา BTC มีลุ้นทดสอบ $60,000 อีกครั้ง

แม้ว่าราคา Bitcoin (BTC) จะยังพยายามยืนเหนือระดับ $70,000 ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่เหล่านักวิเคราะห์ต่างเตือนว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งข้อมูลจาก TradingView ชี้ให้เห็นว่า ราคาที่เด้งกลับขึ้นมา 20% จากจุดต่ำสุดในรอบ 15 เดือน อาจเป็นเพียงแค่การดีดตัวชั่วคราว เพื่อหลอกล่อให้นักลงทุนตายใจ 

กราฟราคา BTC/USD ในระยะเวลาหนึ่งชั่วโมง แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView

โดยนักเทรดอย่าง CrypNuevo มองว่า นี่อาจเป็นการดันราคาขึ้น เพื่อล้างพอร์ตฝั่ง Short ในช่วง $72,000–$77,000 ก่อนที่ราคาจะวกกลับมาปิดช่องว่างของไส้เทียนด้านล่างให้สมบูรณ์ ซึ่งอาจหมายถึงการกลับไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมอีกครั้ง 

ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ในตลาดยังคงกังวลว่า Bitcoin อาจจะยังไม่จบขาลง และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการทิ้งตัวลงไปสร้างจุดต่ำสุดใหม่ในระดับมหภาคแถวโซน $50,000 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้น

2.สัปดาห์ CPI ทำตลาดกังวลท่าทีเฟด

สัปดาห์นี้ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังนั่งไม่ติด เพราะโฟกัสหลักอยู่ที่การประกาศตัวเลข เงินเฟ้อ (CPI) เดือนมกราคมในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะชี้ชะตาว่า ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะไปทางไหนต่อ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่ ยิ่งทำให้ตลาดกังวลหนัก เนื่องจากเขามีภาพลักษณ์ที่เข้มงวด ไม่ค่อยสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน 

ส่งผลให้ตอนนี้เครื่องมือ FedWatch ประเมินว่า มีโอกาสสูงถึง 82% ที่เฟดจะเลือก “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมกลางเดือนมีนาคมนี้ แทนที่จะลดดอกเบี้ยตามที่หลายคนเคยหวังไว้ ซึ่งสภาวะเงินเฟ้อที่ยังลดลงยากแบบนี้เอง ที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้หุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีโดนเทขายอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ต้นปี

ความน่าจะเป็นของอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของเฟดสำหรับการประชุม FOMC เดือนมีนาคม (ภาพหน้าจอ) ที่มา: CME Group

3.ดอลลาร์สหรัฐอยู่ในจุดชี้ชะตา

ปัจจุบันดัชนีดอลลาร์ (DXY) กำลังอยู่ในจุดชี้ชะตาที่สำคัญมาก แม้ในช่วงที่ผ่านมาดอลลาร์จะพยายามดีดตัวขึ้นมา แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านระดับ 98 ไปได้ ซึ่งปกติแล้ว ถ้าดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จะเป็นแรงกดดันให้ราคา Bitcoin ร่วงลงสวนทาง

กราฟดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) รายวัน แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView

กราฟดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ระยะ 1 เดือน แหล่งที่มา: Aksel Kibar/X

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางกลุ่มกลับมองในแง่บวกว่า ดัชนีดอลลาร์ อาจจะกำลังหลุดจากกรอบขาขึ้นที่ประคองมานานกว่า 10 ปี และหากเทียบกับสถานการณ์ในช่วงต้นปี 2021 ที่แม้ดอลลาร์จะเริ่มแข็งค่า แต่ Bitcoin ก็ยังสามารถพุ่งทะยานต่อไปได้จนถึงขีดสุด รอบนี้จึงอาจเป็นแรงส่งให้ Bitcoin วิ่งไปแตะ “ยอดสุดท้าย” ที่ระดับราคาประมาณ $146,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะจบรอบขาขึ้นอย่างสมบูรณ์

กราฟราคา BTC/USD ในรอบหนึ่งสัปดาห์ ที่มา: Henrik Zeberg/X

4.เงินเยนอ่อนค่า ยังเป็นความเสี่ยง

แม้ชัยชนะในการเลือกตั้งของนายกฯ Sanae Takaichi จะช่วยส่งเสริมตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้พุ่งแรง แต่ในทางกลับกัน นโยบายเศรษฐกิจของเธอ กลับทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงต่อตลาดคริปโต เพราะเมื่อเงินเยนอ่อนค่า นักลงทุนสถาบันญี่ปุ่นมักจะดึงเงินทุนกลับประเทศ เพื่อบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ลดน้อยลง

โปรแกรมติดตามดัชนี BTC และ US (ภาพหน้าจอ) ที่มา: CryptoQuant

โดยในช่วงที่ตลาดอยู่ในโหมดระมัดระวังตัว ราคา Bitcoin มักจะวิ่งตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ดังนั้นเมื่อหุ้นสหรัฐฯ เริ่มเสียทรงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แรงเทขายจึงลามมาถึงคริปโตได้ง่าย แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานในเครือข่ายของ Bitcoin จะยังดูแข็งแกร่งอยู่ก็ตาม

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง USD/JPY กับ BTC/USD ในหนึ่งวัน แหล่งที่มา: Cointelegraph/TradingView

5.นักขุดส่ง BTC เข้าเอ็กซ์เชนจ์พุ่งสูงขึ้น

พฤติกรรมของนักขุด Bitcoin ในช่วงนี้ กำลังสร้างแรงกดดันให้ตลาดอย่างมีนัยสำคัญโดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีการโอน Bitcoin จากกระเป๋าของนักขุดเข้าสู่เว็บเทรดพุ่งสูงถึง 24,000 BTC ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024  

ด้าน CryptoQuant วิเคราะห์ว่า นี่อาจเป็นการปรับพอร์ตของนักขุดมากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงยาวๆ แต่ถึงอย่างนั้นปริมาณเหรียญมหาศาลขนาดนี้ก็ย่อมสร้างแรงเทขายในระยะสั้นให้รุนแรงขึ้นได้

ปริมาณเงินไหลเข้าสู่ตลาดแลกเปลี่ยนของนักขุด Bitcoin แหล่งที่มา: CryptoQuant

ในขณะที่อินดิเคเตอร์สายขุดอย่าง Hash Ribbons ก็ยังไม่มีสัญญาณบวกใหม่ๆ แถมสัญญาณซื้อที่เคยเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคมก็ถูกลบล้างไปเรียบร้อยแล้ว สะท้อนว่า เหล่านักขุดเองก็ยังมีความกังวล และเลือกที่จะถือเงินสดไว้บางส่วนเพื่อความปลอดภัย

กราฟราคา BTC/USD รายวัน พร้อมข้อมูล Hash Ribbons แหล่งที่มา: Capriole Investments

สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและละเอียดอ่อนมากสำหรับตลาด Bitcoin โดยมีปัจจัยลบหลายอย่างที่รุมกดดันราคาพร้อมกัน


ส่วนผู้เขียนมองว่า ในระยะสั้นนี้ Bitcoin ยังมีแนวโน้ม Bearish มากกว่า โดยเฉพาะหากข้อมูล CPI ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ราคาทะลุลงไปทดสอบแนวรับ $60,000 หรือแม้กระทั่ง $50,000 ได้จริง อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่รอจังหวะสะสมในราคาที่ดีกว่า แต่ควรทยอยเข้าอย่างระมัดระวัง และเตรียมสภาพคล่องไว้รับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น การบริหารความเสี่ยงยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้

ที่มา  : cointelegraph