สรุปข่าว
- บัญชี X (Twitter) ชื่อดัง Crypto Rover รายงานข่าวใหญ่ว่า ABP กองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปจากเนเธอร์แลนด์ ได้เทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกไปถึง 30% ของพอร์ตที่ถือครองอยู่
- การเทขายครั้งนี้คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 3.7 แสนล้านบาท) จากสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวม 5 แสนล้านยูโร (ประมาณ 18.5 ล้านล้านบาท) โดยโยกเงินไปลงทุนในพันธบัตรยุโรปแทน เพื่อรับมือกับความกังวลด้านนโยบายการคลังและกำแพงภาษีของประธานาธิบดี Trump
- แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมองว่านี่เป็นการปรับพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงตามปกติ แต่ฝั่งนักลงทุนคริปโตกลับตีความว่านี่คือสัญญาณเตือนว่าโลกกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและหนี้สินของสหรัฐอเมริกา
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish
การที่สถาบันการเงินระดับโลกเริ่มลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ (US Treasuries) สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อเสถียรภาพของเงินดอลลาร์และภาระหนี้ของประเทศ ซึ่งสภาวะ “หมดความเชื่อมั่นในระบบการเงินดั้งเดิม” เช่นนี้ จะเป็นตัวเร่ง (Catalyst) ชั้นดีที่กระตุ้นให้เม็ดเงินสถาบันไหลเข้าหาสินทรัพย์ทางเลือกที่ป้องกันความเสี่ยงจากรัฐบาลได้ อย่างเช่น Bitcoin
ABP กองทุนบำเหน็จบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปสัญชาติดัตช์ ได้ตัดสินใจเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ออกไปถึง 30% ของสัดส่วนที่ถือครองอยู่ การเคลื่อนไหวของกองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 5 แสนล้านยูโร (ประมาณ 18.5 ล้านล้านบาท) ในครั้งนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามตัวโต ๆ ว่า สหรัฐอเมริกากำลังสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนต่างชาติหรือไม่
หนีความเสี่ยง! โยกเงินกลับยุโรปรับมือ “นโยบาย Trump”
รายงานจากเดือนมกราคม 2026 ระบุว่า กองทุน ABP ได้ทำการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านยูโร หรือราว ๆ 3.7 แสนล้านบาท โดยได้นำเม็ดเงินมหาศาลนี้ไปจัดสรรใหม่ (Reallocate) เพื่อลงทุนในตลาดพันธบัตรยุโรปแทน
สาเหตุหลักเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ มาจากความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นต่อนโยบายการคลังของสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายการตั้งกำแพงภาษี (Tariffs) ของประธานาธิบดี Donald Trump ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและทำให้ตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ บานปลาย แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินดั้งเดิมจะพยายามออกมาระงับกระแสข่าวโดยระบุว่า นี่ไม่ใช่การเทขายแบบตื่นตระหนกทั่วโลก (Global Sell-off) แต่เป็นเพียงการกระจายความเสี่ยงปกติก็ตาม
คริปโตได้ประโยชน์? เมื่อสินทรัพย์ทางเลือกกลายเป็นหลุมหลบภัย
โพสต์ของ Crypto Rover ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ว่า “โลกกำลังสูญเสียความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ” อย่างชัดเจน ซึ่งในบริบทของโลกคริปโตเคอร์เรนซี ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยาอย่างมาก เพราะพันธบัตรสหรัฐฯ เคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก (Safe Haven) การที่สถาบันขนาดใหญ่ระดับทวีปยุโรปเริ่มลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์ ย่อมเปิดโอกาสให้สินทรัพย์ที่ไม่มีรัฐบาลใดควบคุมได้อย่าง Bitcoin ก้าวขึ้นมาเป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่น่าดึงดูดใจมากยิ่งขึ้นในสายตากองทุนระดับโลก
การขยับตัวของกองทุนบำนาญระดับ “วาฬ” (ที่ใหญ่เกินกว่าจะเรียกว่าเจ้ามือ) อย่าง ABP ด้วยมูลค่าการเทขายกว่า 3.7 แสนล้านบาทนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการตัดสินใจชั่วข้ามคืน แต่เป็นการส่งสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันกำลังจับตาดู “หนี้สาธารณะ” ของสหรัฐฯ ที่กำลังพอกพูนจนยากจะแก้ไข
ในมุมมองของผู้เขียน การโยกย้ายเม็ดเงินออกจากดอลลาร์ครั้งนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเทรนด์ “De-dollarization” ในระดับกองทุนบำนาญ แม้ในระยะสั้นอาจจะไม่ได้ทำให้ราคาคริปโตพุ่งปรี๊ดในทันที แต่ในระยะยาว สิ่งนี้คือโครงสร้างพื้นฐาน (Fundamental) ที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะทำให้บิตคอยน์ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์สำรองระดับโลก หากความเชื่อมั่นในหนี้ของรัฐบาลยังคงถดถอยลงเรื่อย ๆ
ที่มา: @cryptorover

