<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

แพงก็ยอม! บอท MEV ทุ่มเงิน 4.4 ล้านบาท เป็นค่าแก๊สในธุรกรรมเดียวบนเครือข่าย Ethereum

สรุปข่าว
  • บอท MEV รายหนึ่งสร้างความฮือฮาด้วยการยอมจ่ายค่าแก๊ส (Gas Fee) สูงถึง 64.09 ETH หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 4.4 ล้านบาท ภายในธุรกรรมเดียวบนเครือข่าย Ethereum
  • ธุรกรรมดังกล่าวใช้หน่วยแก๊สไปถึง 11 ล้านหน่วย ด้วยราคาแก๊สพุ่งสูงถึง 5,815 Gwei ในช่วงที่เครือข่ายมีความหนาแน่นสูง
  • บอทรายนี้ทำรายการซับซ้อนด้วยการโอนเหรียญ ERC-20 ถึง 323 ครั้ง ผ่านแพลตฟอร์มดังอย่าง Uniswap, SushiSwap และ Curve เพื่อทำกำไรจากการแลกเปลี่ยนเหรียญจำนวนมาก

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bearish

การที่บอทสามารถจ่ายค่าแก๊สหลักล้านบาทเพื่อทำกำไรได้ สะท้อนถึงปัญหาด้านการขยายตัวของ Ethereum ในปี 2026 ที่ยังคงเรื้อรัง แม้จะแสดงถึงความต้องการใช้งานที่สูง แต่ค่าธรรมเนียมมหาศาลเช่นนี้ย่อมขับไล่ผู้ใช้รายย่อยออกไปจากเครือข่ายหลัก และเพิ่มความเสี่ยงเรื่องการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ผู้ที่มีเงินทุนหนาเท่านั้น

เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้นักลงทุนคริปโตต้องตะลึง เมื่อมีการตรวจพบธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ที่ยอมจ่ายค่าแก๊สสูงจนน่าตกใจ โดยบอท MEV (Maximal Extractable Value) รายหนึ่งได้ทำรายการที่มีมูลค่าค่าธรรมเนียมสูงถึง 64.09 ETH หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4.4 ล้านบาท เพียงเพื่อต้องการทำธุรกรรมให้สำเร็จเป็นลำดับแรกๆ ในช่วงที่เครือข่ายกำลังแออัดอย่างหนัก

เปิดเบื้องหลังธุรกรรมสุดซับซ้อน: กวาดเรียบทุกกระดานเทรด

ธุรกรรมดังกล่าวไม่ใช่การโอนเงินธรรมดา แต่เป็นปฏิบัติการที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง โดยบอทรายนี้ใช้หน่วยแก๊สไปมหาศาลถึง 11 ล้านหน่วย และสู้ราคาแก๊สสูงถึง 5,815 Gwei เพื่อประมวลผลการโอนเหรียญมาตรฐาน ERC-20 จำนวน 323 ครั้ง ผ่านโปรโตคอลการเงินแบบกระจายศูนย์ ( DeFi) ชั้นนำหลายแห่งพร้อมกัน ทั้ง Uniswap เวอร์ชั่นต่างๆ, SushiSwap และ Curve

เป้าหมายหลักของปฏิบัติการนี้คือการแลกเปลี่ยนเหรียญ MAVIA เป็น WETH พร้อมทั้งรวบรวมสภาพคล่องจากเหรียญต่างๆ อีกกว่า 50 สกุล เช่น UNI, LINK และ AAVE ซึ่งการที่บอทยอมจ่ายค่าแก๊สแพงระยับระดับหลักล้านบาท แสดงว่ากำไรที่ได้รับจากการทำกำไรส่วนต่าง หรือการตัดหน้าธุรกรรมในครั้งนี้ต้องมีมูลค่าสูงกว่าค่าแก๊สที่จ่ายไปอย่างแน่นอน

ความท้าทายปี 2026: Ethereum ยังเป็น “สนามเด็กเล่นของเจ้ามือ”

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงปัญหาใหญ่ที่เครือข่าย Ethereum ยังต้องเผชิญในปี 2026 นั่นคือเรื่องข้อจำกัดในการรองรับธุรกรรมมหาศาลจนทำให้ค่าธรรมเนียมพุ่งสูงเกินเอื้อม แม้ระบบจะพัฒนาไปไกลเพียงใด แต่โอกาสในการทำกำไรระดับสูงจาก MEV ยังคงเป็นตัวผลักดันให้ค่าแก๊สพุ่งทะยาน จนทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถสู้ราคาได้

สภาวะเช่นนี้สร้างความกังวลให้กับนักวิเคราะห์ว่า Ethereum กำลังก้าวไปสู่การเป็นเครือข่ายที่มีการรวมศูนย์มากขึ้น เพราะมีเพียงเจ้ามือหรือผู้ที่มีเงินทุนมหาศาลเท่านั้นที่สามารถทำกำไรในสภาพแวดล้อมที่ค่าธรรมเนียมแพงระดับนี้ได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้งานในวงกว้างของคนทั่วไป


การจ่ายค่าแก๊สธุรกรรมเดียวด้วยเงิน 4.4 ล้านบาท เป็นเครื่องยืนยันว่า Ethereum ยังคงเป็นเครือข่ายที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นดาบสองคมที่แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้รายย่อยกำลังถูกบีบให้ออกจากเครือข่ายหลักไปสู่เลเยอร์ 2 (Layer 2) มากขึ้นเรื่อยๆ

ในมุมมองของผู้เขียน หาก Ethereum ยังไม่สามารถจัดการเรื่องค่าธรรมเนียมในช่วงที่ตลาดคึกคักได้ดีกว่านี้ เราอาจจะเห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนของผู้ใช้ทั่วไปหนีไปหาเครือข่ายคู่แข่งอื่นๆ ที่มีความรวดเร็วและราคาถูกกว่า แต่สำหรับเหล่าวาฬและบอท MEV แล้ว Ethereum ยังคงเป็นเหมืองทองคำที่คุ้มค่าจะยอมจ่ายค่าแก๊สราคาแพงเพื่อแย่งชิงกำไรอยู่ดี

ที่มา: @lookonchain