สรุปข่าว
- สหภาพยุโรป (EU) เตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 20 มุ่งเป้าสั่งแบนธุรกรรมคริปโทฯที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อสกัดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นทางผ่านฟอกเงินสงคราม
- เป้าหมายหลักคือ การปิดช่องโหว่ของแพลตฟอร์ม Garantex และสเตเบิลคอยน์ A7A5 ที่มียอดธุรกรรมทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์ รวมถึงการห้ามใช้รูเบิลดิจิทัล (CBDC) ในธุรกรรมระหว่างประเทศ
- มาตรการนี้ ต้องการมติเอกฉันท์จากสมาชิก 27 ประเทศ โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งครบรอบ 4 ปีของสงคราม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้ข่าวนี้จะดูเป็นลบในแง่ของกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น แต่ในภาพรวมตลาดคริปโทฯโลกไม่ได้พึ่งพาธุรกรรมจากรัสเซียเป็นหลัก อีกทั้งตลาดยังรับรู้ข่าวการคว่ำบาตรมาอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบต่อราคาบิตคอยน์หรือเหรียญหลักอื่น ๆ จึงอยู่ในวงจำกัด เว้นแต่จะมีการขยายวงกว้างไปสั่งแบนแพลตฟอร์มในประเทศที่สามอย่างรุนแรง จนกระทบสภาพคล่องในตลาด
สหภาพยุโรปกำลังเดินหน้าจัดการกับเครือข่ายการเงินของรัสเซียที่หันมาพึ่งพาโลกบล็อกเชนมากขึ้น ล่าสุดมีการเสนอร่างมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่การแบนรายบริษัทเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการสั่งห้ามทำธุรกรรมกับ “ทุกบริการคริปโทฯ” ที่ตั้งอยู่ในรัสเซียอย่างสิ้นเชิง
เจ้าหน้าที่ระดับสูงมองว่า การคว่ำบาตรแบบเจาะจงที่ผ่านมา กลายเป็นเกมแมวจับหนูที่ไม่สิ้นสุด เพราะเมื่อแพลตฟอร์มหนึ่งโดนแบน รัสเซียก็มักจะเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาแทนที่ในเวลาอันรวดเร็ว
สเตเบิลคอยน์ A7A5 และช่องโหว่แสนล้านดอลลาร์
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ยุโรปต้องขยับตัวแรง คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับค่าเงินรูเบิลอย่าง A7A5 ซึ่งข้อมูลจาก Elliptic ระบุว่า เหรียญดังกล่าวถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเงินรูเบิลกับ Tether ( USDT) เพื่อหลีกเลี่ยงระบบธนาคารตะวันตก โดยพบยอดการใช้งานสะสมสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา
ข้อเสนอนี้ ยังมุ่งเป้าไปที่การแบนรูเบิลดิจิทัล หรือ CBDC ของรัสเซียที่ปูตินพยายามผลักดันให้เป็นทางเลือกใหม่ ในการชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่อสู้กับระบบ SWIFT
กดดันประเทศที่สามและปิดล้อมทางทะเล
ยุโรปไม่ได้เล็งเป้าแค่ในรัสเซียเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตไปยังประเทศที่สามที่ถูกสงสัยว่า ช่วยอำนวยความสะดวกในการเลี่ยงคว่ำบาตร เช่น คีร์กีซสถาน ซึ่งมีตัวเลขการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 9 เท่า ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังรัสเซียอีกทอดหนึ่ง
มาตรการใหม่นี้จะรวมถึงการแบนธนาคารในประเทศเหล่านั้น หากพบว่ามีการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าต้องห้าม รวมทั้งยังมีการเสนอแบนการให้บริการประกันภัย และการบำรุงรักษาเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียทั้งหมด ซึ่งเข้มงวดกว่าระบบเพดานราคาเดิมที่เคยใช้
เดิมพันวันที่ 24 กุมภาพันธ์
คณะกรรมาธิการยุโรปตั้งเป้าที่จะสรุปข้อตกลงนี้ให้ทันวันครบรอบ 4 ปีการบุกยูเครน แต่ความท้าทายสำคัญคือ ต้องได้รับเสียงสนับสนุนเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังมีอย่างน้อย 3 ประเทศที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและขั้นตอนปฏิบัติที่ซับซ้อน
หากมาตรการนี้ผ่านการเห็นชอบ จะถือเป็นกรงขังทางการเงินที่แน่นหนาที่สุดเท่าที่อุตสาหกรรมคริปโทฯเคยเผชิญมา
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : แม้ในระยะสั้นอาจดูเหมือนเป็นชัยชนะของฝั่งผู้กำกับดูแล EU แต่ในโลกของบล็อกเชนที่มีความเป็นกระจายศูนย์สูง การจะปิดกั้นธุรกรรมแบบ 100% นั้นยังถือเป็นเรื่องทำได้ยาก

