<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ทรัมป์เอาอีกแล้ว! จ่อฉีกสัญญาการค้า USMCA ของตัวเอง หวั่นเขย่าเศรษฐกิจโลก 70 ล้านล้านบาท

สรุปข่าว
  • ประธานาธิบดี Donald Trump กำลังพิจารณาอย่างลับ ๆ ที่จะถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่ (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เขาเป็นผู้ลงนามเจรจาไว้เองในสมัยแรก
  • ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นก่อนเส้นตายการทบทวนข้อตกลงในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพียงแทคติกข่มขู่เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง กดดันให้แคนาดาและเม็กซิโกยอมรับกฎระเบียบและกำแพงภาษีที่เข้มงวดขึ้น
  • หากข้อตกลงนี้ถูกฉีกทิ้งจริง อาจสร้างความปั่นป่วนต่อมูลค่าการค้าระหว่างประเทศที่สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ประมาณ 70 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจทั่วโลก

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้า ที่อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานพังทลายและกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อระลอกใหม่ สภาวะความตื่นตระหนกเช่นนี้มักจะเป็นตัวเร่งให้ “เจ้ามือ” และนักลงทุนสถาบัน โยกย้ายเม็ดเงินออกจากตลาดหุ้นและค่าเงินที่ผันผวน เพื่อเข้าสู่สินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีรัฐบาลใดแทรกแซงได้อย่าง Bitcoin

รายงานล่าสุดจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า ประธานาธิบดี Donald Trump กำลังหารือเป็นการส่วนตัวกับทีมงาน ถึงความเป็นไปได้ในการนำสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากข้อตกลงการค้า USMCA

สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นเรื่องตลกร้ายในสายตานักวิเคราะห์ คือข้อตกลง USMCA ฉบับนี้เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ Trump เป็นผู้เจรจาและลงนามขึ้นมาเองเมื่อปี 2018 เพื่อใช้แทนที่ข้อตกลง NAFTA ฉบับเก่า ทว่าในวันนี้ เขากลับตั้งคำถามกับทีมที่ปรึกษาว่า “ทำไมเราถึงไม่ควรออกจากข้อตกลงนี้?”

จับตากรกฎาคม 2026: เกมจิตวิทยาหรือของจริง?

การขู่ถอนตัวในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบก่อนที่จะถึงกำหนดการทบทวนข้อตกลงภาคบังคับในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 แหล่งข่าววงในทำเนียบขาวเปิดเผยว่า Trump ต้องการใช้ไม้แข็งเพื่อกดดันให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างแคนาดาและเม็กซิโก ยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องใหม่ ๆ ทั้งในเรื่องของกฎแหล่งกำเนิดสินค้า กฎหมายแรงงาน และมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

นักวิเคราะห์มองว่านี่คือ “แทคติกสร้างความโกลาหลเพื่อต่อรอง” สไตล์ดั้งเดิมของ Trump แต่หากเกิดข้อผิดพลาดและมีการยกเลิกข้อตกลงขึ้นมาจริง ๆ มันจะสร้างแรงกระแทกมหาศาลต่อการค้าระดับภูมิภาคที่มีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 70 ล้านล้านบาท ซึ่งจะทำให้ต้นทุนธุรกิจพุ่งทะยานและส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปทั่วโลก

คริปโตเตรียมรับผลประโยชน์จาก “สงครามการค้า”

เมื่อตลาดการเงินแบบดั้งเดิม ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า นักลงทุนมักจะมองหา “หลุมหลบภัย” ใหม่ ๆ เสมอ การที่ห่วงโซ่อุปทานถูกรบกวน มักจะตามมาด้วยราคาสินค้าที่แพงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสภาวะที่สินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัดอย่าง Bitcoin มักจะทำผลงานได้ดีเยี่ยม ยิ่งความเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลลดลงเท่าไหร่ เม็ดเงินก็ยิ่งมีโอกาสไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตมากเท่านั้น


ดูเหมือนว่าประธานาธิบดี Trump กำลังใช้ยุทธวิธี “ทุบโต๊ะเจรจา” เพื่อเรียกคะแนนความนิยมและปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แบบสุดโต่ง แม้ว่าโอกาสที่เขาจะฉีกข้อตกลง USMCA ทิ้งจริง ๆ จะมีน้อยมาก เพราะมันจะส่งผลเสียต่อฐานเสียงภาคธุรกิจของเขาเองด้วย แต่แค่เพียง “คำขู่” ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดหุ้นและค่าเงินเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงได้แล้ว

ในมุมมองของผู้เขียน สำหรับโลกคริปโตเคอร์เรนซี ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกที่ซ่อนอยู่ เพราะบรรดา “เจ้ามือ” และกองทุนต่าง ๆ ทราบดีว่าความวุ่นวายทางการค้าคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะกระตุ้นให้เกิดการพิมพ์เงินหรือการแทรกแซงจากธนาคารกลางในอนาคต หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว การสะสม Bitcoin ในช่วงที่โลกดั้งเดิมกำลังทะเลาะกันเรื่องการค้า ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่น่าสนใจที่สุดในปี 2026 นี้

ที่มา: @DeItaone