สรุปข่าว
- หนุ่มไทยโพสต์ระบายความเครียด ขอวิธีการจัดการอารมณ์ตัวเอง หลังนำเงินเกษียณของคุณแม่จำนวน 300,000 บาท มาลงทุนใน Bitcoin แต่เจอช่วงตลาดขาลงจนพอร์ตติดลบไปแล้วกว่า 120,000 บาท
- เจ้าของโพสต์เผยเครียดจัด จนนอนไม่หลับมานาน 3 วัน เนื่องจากเป็นเงินก้อนสำคัญที่ต้องใช้ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์ราคา Bitcoin ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัว
- กูรูคริปโตและชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจ พร้อมแนะบทเรียนสำคัญเรื่องการใช้ “เงินเย็น” และการมีความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ก่อนตัดสินใจลงทุน
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงอารมณ์ของนักลงทุนรายย่อยในตลาด ที่กำลังเผชิญกับความกลัวและความกดดันอย่างหนัก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ราคาเกิดการปรับฐานรุนแรง แม้จะเป็นเรื่องกระทบจิตใจรายบุคคลแต่ไม่ได้ส่งผลต่อโครงสร้างราคาในภาพใหญ่
ชายไทยรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจที่เป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้แก่นักเทรดทั่วประเทศในกลุ่ม Bitcoin Thai Community จนกลายเป็นโพสต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก
เจ้าตัวระบุว่า ได้นำเงินเก็บสำหรับใช้ยามเกษียณของคุณแม่มูลค่า 300,000 บาท มาลงทุนใน Bitcoin เพราะหวังสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ทว่าโชคร้ายที่จังหวะการเข้าซื้อกลับกลายเป็นช่วงที่ราคาดิ่งเหวไม่หยุด ส่งผลให้ปัจจุบันพอร์ตติดลบไปแล้วถึง 120,000 บาท
ความกดดันนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงจนเจ้าของโพสต์ยอมรับว่า เครียดหนักนอนไม่หลับมาถึง 3 วันเต็ม พร้อมขอวิธีการจัดการอารมณ์ตัวเอง


เสียงสะท้อนจากชาวเน็ตและคำแนะนำจากกูรู
หลังจากเรื่องราวนี้ ถูกเผยแพร่ออกไป สมาชิกในกลุ่มต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม โดยหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการคริปโตไทยอย่าง อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง CDC Chaloke Dot Com ก็ได้เข้ามาให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า แม้จะเป็นคำแนะนำที่อาจจะดูสายไปสำหรับเหตุการณ์นี้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการย้ำเตือนให้ลงทุนเฉพาะเงินที่ไม่ต้องใช้ยาวนานอย่างน้อย 5-6 ปี และควรใช้วิธีการทยอยเก็บแบบถัวเฉลี่ยต้นทุนแทนการทุ่มเงินก้อนใหญ่ด้วยความโลภ

รวมทั้งยังมีชาวเน็ตอีกหลายรายที่เข้ามาช่วยปลอบประโลมใจ โดยมองว่า หากสินทรัพย์ที่ถือครองคือ Bitcoin จริงๆ ระยะเวลา 4-5 ปีที่เหลือ ก่อนคุณแม่จะเกษียณยังถือว่า ยาวนานพอ ที่วัฏจักรราคาจะกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

บางคนแนะนำให้ “ปิดจอ” แล้วออกไปใช้ชีวิต หรือหาอุปกรณ์เก็บรักษาเหรียญให้ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเผลอขายตัดขาดทุนในช่วงที่อารมณ์อ่อนแอ


บทเรียนราคาแพงเรื่อง “เงินร้อน” และ “ความเข้าใจ”
แม้เจ้าของโพสต์จะชี้แจงว่า เงินก้อนนี้เป็นเงินเย็นที่ยังไม่ต้องรีบใช้ในทันที แต่ความเครียดที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้จริงนั้นต่ำกว่าสิ่งที่คาดไว้

นักลงทุนหลายรายให้ความเห็นตรงกันว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าราคาร่วงคือ การขาดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงในสิ่งที่ลงทุน เพราะหากเข้าใจกลไกการขึ้นลงทุกๆ 4 ปีของ Bitcoin จะช่วยให้สามารถข้ามผ่านความผันผวนระยะสั้นไปได้โดยไม่เสียสุขภาพจิต
สิ่งที่หนุ่มรายนี้เผชิญจึงเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีว่าเงินที่นำมาลงทุนคริปโตควรเป็นเงินที่ต่อให้หายไปทั้งก้อนก็ไม่กระทบต่อแผนการใช้ชีวิต หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว
ที่มา : Facebook
มุมมองผู้เขียน : เรื่องนี้ตอกย้ำความจริงที่น่าเจ็บปวดว่า เมื่อไหร่ที่เราเอาเงินที่มีความหมายต่อชีวิตคนรอบข้างมาเดิมพัน จิตใจเราจะพ่ายแพ้ต่อกราฟทันที
เคสนี้ถ้าเหรียญที่ถือคือ Bitcoin ยังมีหวัง เพราะเวลาอีก 5 ปีถือว่าครอบคลุมหนึ่งวัฏจักรใหญ่พอดี แต่สิ่งที่ต้องทำด่วนที่สุดคือ การทำใจยอมรับความเสี่ยงและศึกษาพื้นฐานให้แน่น เพื่อไม่ให้ความเครียดทำลายสุขภาพไปมากกว่านี้

