สรุปข่าว
- Aave Labs ยื่นข้อเสนอ “Aave Will Win Framework” เตรียมโอนรายได้จากโปรโตคอลทั้งหมด 100% และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ให้กับ Aave DAO
- ดีลนี้ครอบคลุมรายได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมจาก Aave V3, V4, Aave Card หรือแม้แต่ AAVE ETF ที่อาจเกิดขึ้น
- Marc Zeller ตัวตึงฝั่ง DAO ออกโรงเบรกเรื่องนี้ โดยชี้ว่านี่อาจเป็นแผนการกอบโกยเงินก้อนโตของ Aave Labs ที่บังหน้าด้วยภาพผู้เสียสละ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดแย้งเรื่องความเป็นเจ้าของโปรโตคอล
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Aave Labs ยื่นข้อเสนอ “Aave Will Win Framework” หวังสยบความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ยืดเยื้อกับชุมชน โดยพร้อมยกรายได้โปรโตคอลทั้งหมด 100% รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา ให้แก่ Aave DAO แลกกับการได้รับเงินทุนสนับสนุน ทว่าข้อเสนอนี้กลับถูก Marc Zeller แกนนำฝั่ง DAO วิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นเพียงเทคนิคการเจรจาเพื่อหวังฟันเงินก้อนโต
Aave Labs บริษัทผู้พัฒนา DeFi อันดับหนึ่งบนโลกคริปโทฯ ตัดสินใจยื่นข้อเสนอสุดระห่ำภายใต้ชื่อ “Aave Will Win Framework” เพื่อยุติข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่ยืดเยื้อกับชุมชน โดยทางบริษัทเสนอที่จะมอบรายได้ทั้งหมดจากโปรโตคอล รวมถึงสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ให้กับ Aave DAO แลกกับการได้รับการสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาโปรเจกต์ต่อไป
ภายใต้ข้อเสนอนี้ Aave Labs แสดงความตั้งใจที่จะส่งมอบรายได้จากทุกช่องทางเข้าสู่คลังของ DAO โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมจาก Aave V3 และ V4 ที่กำลังจะเปิดตัว รวมถึงรายได้จากหน้าเว็บไซต์ และผลิตภัณฑ์ในอนาคตอย่าง Aave Card หรือ AAVE ETF
ในประเด็นดังกล่าว สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างองค์กรล่าสุดของบริษัทที่ได้ตัดใจขายธุรกิจในหมวดหมู่อื่นอย่าง Lens Protocol ออกไปและปิดตัว Family Wallet เพื่อกลับมาทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดให้กับโลก DeFi อย่างเต็มรูปแบบ
ดีลล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดในชุมชน Aave ที่มีมานานหลายเดือน เกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งว่า ใครควรเป็นเจ้าของ Aave ระหว่างบริษัทสตาร์ทอัพผู้พัฒนาโปรโตคอล (Aave Labs) หรือผู้ดูแลโปรโตคอลส่วนใหญ่มาตั้งแต่เปิดตัวเหรียญ (DAO)
ด้าน Marc Zeller ผู้ก่อตั้ง Aave Chan Initiative (ACI) และแกนนำฝั่ง DAO กลับมองต่างมุม เขาออกมาโพสต์ตอบโต้ทันทีว่า นี่เป็นเพียงเทคนิคการเจรจาแบบ “เปิดราคามาเว่อร์ๆ” เพื่อหวังฟันเงินก้อนโตจาก DAO ในรูปแบบของเงินทุนสนับสนุน
มุมมองของผู้เขียน : การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของ Aave ไปตลอดกาล หากดีลนี้สำเร็จ AAVE จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดจริงไหลเข้าสู่ผู้ถือโทเคน แต่สิ่งที่ชุมชนต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนคือ ราคาที่ต้องจ่ายให้กับ Aave Labs นั้น สมเหตุสมผลกับสิ่งที่ได้รับกลับมาหรือไม่ ตามที่หลายฝ่ายเป็นกังวล
ที่มา: theblock

