<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

หาทำ! แฟน Stranger Things สร้างตอนจบสุดระห่ำด้วย AI Seedance 2.0 จาก ByteDance

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ใช้ X สร้างฉากต่อสู้ตอนจบ Stranger Things แบบแฟนเมดด้วย AI Seedance 2.0 โดยมี Will, Eleven และ Eight สู้กับ Vecna อย่างสมจริง
  • Seedance 2.0 เป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอ AI จาก ByteDance ที่รองรับการป้อนข้อมูลแบบ multimodal รวมถึงข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และเสียง สร้างวิดีโอ 1080p คุณภาพระดับภาพยนตร์
  • เทคโนโลยีนี้กำลังปฏิวัติวงการสร้างคอนเทนต์ โดยทำให้ใครก็สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องมีทักษะถ่ายทำหรืองบประมาณมหาศาล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

เทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะการสร้างคอนเทนต์ การตลาด และความบันเทิง การพัฒนาของ AI ในระดับนี้อาจส่งผลทางอ้อมต่อภาคเทคโนโลยีและคริปโตในอนาคต โดยเฉพาะโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI และการสร้างคอนเทนต์ เช่น Render (RNDR), Fetch.ai (FET) หรือโปรเจกต์ที่ใช้ AI ในการสร้างเนื้อหา อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นไม่มีผลกระทบชัดเจนต่อตลาดคริปโตโดยรวม แต่น่าติดตามว่าการพัฒนาของ AI จะเชื่อมโยงกับ Web3 และคริปโตอย่างไรในอนาคต

ผู้ใช้ X คนหนึ่งได้สร้างฉากต่อสู้ตอนจบของซีรีส์ดัง Stranger Things แบบแฟนเมดด้วยเทคโนโลยี AI Seedance 2.0 จาก ByteDance โดยวิดีโอดังกล่าวแสดงให้เห็น Will, Eleven และ Eight ร่วมมือกันสู้กับ Vecna อย่างสมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจ จากข้อมูลของ Variety และ Men’s Journal วิดีโอที่สร้างด้วย Seedance 2.0 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโซเชียลมีเดีย สะท้อนถึงความสามารถอันน่าทึ่งของเทคโนโลยี AI ในการสร้างคอนเทนต์วิดีโอคุณภาพสูง

Seedance 2.0 คืออะไร

Seedance 2.0 เป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอ AI ตัวล่าสุดจาก ByteDance บริษัทเดียวกับที่เป็นเจ้าของ TikTok เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 ความพิเศษของ Seedance 2.0 อยู่ที่การรองรับการป้อนข้อมูลแบบ multimodal หมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และเสียงเป็นข้อมูลนำเข้าได้พร้อมกัน ซึ่งแตกต่างจากเครื่องมือ AI อื่น ๆ ที่มักรองรับแค่ข้อความหรือรูปภาพเท่านั้น

นอกจากนี้ Seedance 2.0 ยังสร้างวิดีโอความละเอียด 1080p ที่มีคุณภาพระดับภาพยนตร์ โดยมีความสามารถพิเศษในการจำลองการเคลื่อนไหวที่สมจริง การซิงค์เสียงกับภาพ และการสร้างฉากหลายช็อตที่ต่อเนื่องกันอย่างลื่นไหล ที่สำคัญคือระบบสามารถสร้างเสียงประกอบและดนตรีที่เข้ากับภาพได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องตัดต่อเสียงเอง

ความสามารถที่โดดเด่น

ความโดดเด่นของ Seedance 2.0 อยู่ที่ระบบสามารถเข้าใจและทำตาม prompt ที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถอธิบายการเคลื่อนไหวของกล้อง การกระทำของตัวละคร และลำดับเหตุการณ์ที่ซับซ้อนได้ในคราวเดียว และระบบจะสร้างวิดีโอที่ตรงตามคำสั่งเหล่านั้น

ที่น่าทึ่งคือ Seedance 2.0 มีความสามารถในการสร้างฉากที่มีผู้คนหลายคนโต้ตอบกันหรือฉากกีฬาที่มีการแข่งขัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI รุ่นก่อน ๆ ทำได้ยาก นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แก้ไขวิดีโอที่สามารถปรับเปลี่ยนบางส่วนของวิดีโอ เปลี่ยนตัวละคร หรือต่อยอดฉากได้โดยไม่ต้องสร้างวิดีโอทั้งหมดใหม่

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

การเปิดตัว Seedance 2.0 กำลังสร้างคอนเทนต์ไวรัลมากมายบนโซเชียลมีเดีย โดยมีวิดีโอที่สร้างด้วย AI เช่นการนำเอา Tom Cruise และ Brad Pitt มาต่อสู้กัน หรือ Kim Kardashian และ Kanye West ร้องเพลงภาษาจีน ซึ่งได้รับการรับชมหลายสิบล้านครั้งบน Weibo

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ก็มาพร้อมกับความไม่ถูกชะตาจาก Motion Picture Association (MPA) ที่ได้ออกมาประณามว่า Seedance 2.0 ทำให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่ เนื่องจากผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอที่ใช้ภาพลักษณ์ของดาราหรือฉากจากภาพยนตร์ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับวงการสร้างคอนเทนต์ เทคโนโลยีนี้ถือเป็นตัวเปลี่ยนเกมอย่างสิ้นเชิง เพราะทำให้ใครก็สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้โดยไม่ต้องมีทีมงาน อุปกรณ์ถ่ายทำ หรืองบประมาณมหาศาล ธุรกิจต่าง ๆ เช่น e-commerce การตลาด และเกม กำลังมองหาวิธีใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อลดต้นทุนการผลิตคอนเทนต์

เทียบกับคู่แข่ง

เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Sora 2 จาก OpenAI นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า Seedance 2.0 มีความสามารถโดดเด่นในเรื่องการควบคุมและความแม่นยำของการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในฉากที่ซับซ้อน ความได้เปรียบที่สำคัญของ ByteDance คือประสบการณ์จาก TikTok ที่เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้บริษัทเข้าใจว่าวิดีโอแบบไหนที่ผู้คนชื่นชอบ

นอกจากนี้ ความเร็วในการสร้างวิดีโอของ Seedance 2.0 เร็วกว่าโมเดลตัวก่อนหน้านี้ถึง 30% และราคาถูกกว่าคู่แข่งหลายรายในตลาด ทำให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป


ในความเห็นของผู้เขียน การที่แฟนซีรีส์สามารถสร้างตอนจบแบบที่ตัวเองจินตนาการได้ด้วย AI เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก และสะท้อนถึงอนาคตของการสร้างคอนเทนต์ที่ทุกคนสามารถเป็นผู้กำกับได้ Seedance 2.0 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก ByteDance ที่มีข้อได้เปรียบจากข้อมูลวิดีโอมหาศาลของ TikTok อย่างไรก็ตาม ประเด็นลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าใช้ในทางที่ผิดอาจสร้างปัญหาใหญ่ได้ คาดว่าในอนาคตจะมีกฎหมายและข้อตกลงใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใช้ AI สร้างคอนเทนต์ สำหรับคนทำคอนเทนต์ นี่คือโอกาสทองที่จะลดต้นทุนและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ แต่ต้องใช้อย่างมีความรับผิดชอบ ส่วนตลาดคริปโต ควรติดตามว่าเทคโนโลยี AI แบบนี้จะเชื่อมโยงกับ Web3 อย่างไร โดยเฉพาะโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับ AI และการสร้างคอนเทนต์ที่อาจได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้

ที่มา: Variety, Men’s Journal, ByteDance Seed, No Film School