สรุปข่าว
- สัปดาห์หน้า (16-20 ก.พ. 2026) ตลาดคริปโตเตรียมรับแรงกระแทกจากตารางงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อัดแน่นไปด้วยอีเวนต์สำคัญ
- ไฮไลต์เด่นคือการเตรียมอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันอังคารและพฤหัสบดี รวมถึงการเปิดเผยรายงานการประชุม FED ในวันพุธ
- นักวิเคราะห์เตือนให้ระวังความผันผวนขั้นสุด เนื่องจากสถิติในอดีตชี้ว่าการประกาศนโยบายสำคัญมักทำให้ราคา Bitcoin แกว่งตัวรุนแรงถึง 15-20%
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Bullish
การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมักเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ความไม่แน่นอนจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่อาจทำให้ราคาสวิงตัวรุนแรงทั้งขึ้นและลงในระยะสั้น
ตลาดคริปโตเตรียมเผชิญกับสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยความผันผวนอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดเผยตารางการทำงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งอัดแน่นไปด้วยวาระสำคัญที่อาจสั่นคลอนตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะแผนการเติมสภาพคล่องขนานใหญ่ที่ทำให้นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
เปิดประเดิมสัปดาห์ในวันจันทร์ด้วยการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ของรองประธาน FED ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป ถัดมาในวันอังคารและวันพฤหัสบดีถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่ตลาดรอคอย เมื่อ FED มีกำหนดการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินวันละ 8 พันล้านดอลลาร์ รวมเป็นเม็ดเงินสูงถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ในวันพุธยังมีการเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ซึ่งจะเผยให้เห็นมุมมองเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ปิดท้ายสัปดาห์ในวันศุกร์ด้วยการรายงานตัวเลขสถานะการลงทุนในตลาดโลหะมีค่าของสหรัฐฯ
การที่ตลาดตื่นตัวกับเรื่องนี้เป็นเพราะอิทธิพลของการขยายสภาพคล่องมักจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ เมื่อใดก็ตามที่มีการเติมเงินเข้าสู่ระบบ เม็ดเงินเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะไหลเข้าสู่การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง Bitcoin และตลาดหุ้น ซึ่งสถิติในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าเหตุการณ์สำคัญในลักษณะนี้เคยทำให้ราคาคริปโตแกว่งตัวรุนแรงถึง 15-20% ภายในเวลาอันรวดเร็ว
สัปดาห์ที่จะถึงนี้เปรียบเสมือนรถไฟเหาะตีลังกาสำหรับนักเทรด การอัดฉีดเงินหลักหมื่นล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนว่าทางการกำลังพยายามพยุงสภาพคล่อง ซึ่งตามกลไกแล้วจะเป็นผลดีต่อราคา Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปฏิเสธไม่ได้
ในมุมมองของผู้เขียน แม้การเติมเงินเข้าตลาดจะเป็นปัจจัยบวก แต่ความผันผวนจากการตีความรายงานการประชุมในวันพุธอาจทำให้เกิดการกวาดล้างสถานะฟิวเจอร์สทั้งฝั่ง Long และ Short นักลงทุนควรเตรียมรับมือกับช่วงเวลาที่กราฟอาจกระชากอย่างรุนแรง การตั้งจุดตัดขาดทุนและการบริหารความเสี่ยงในช่วงสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยข่าวสารระดับมหภาคจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง
ที่มา: @DefiWimar

