สรุปข่าว
- รัฐบาลสหรัฐฯ มีโครงการเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปช่วยลดภาระหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงถึง 38.6 ล้านล้านดอลลาร์
- โครงการดังกล่าวรองรับการจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์ยอดฮิตอย่างแพลตฟอร์ม Venmo และ PayPal รวมถึงบัตรเครดิต
- แม้จะเปิดรับมาตั้งแต่ปี 1985 แต่ยอดบริจาครวมเพิ่งแตะระดับ 67 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเพียง 0.00017% ของหนี้ทั้งหมด ทำให้ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ล้อเลียนถึงความไม่สมเหตุสมผลนี้
แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral
สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก ข่าวนี้ไม่ได้ส่งผลต่อราคาคริปโตในระยะสั้น แต่เป็นภาพสะท้อนชั้นดีถึงความล้มเหลวทางวินัยการคลัง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มักผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์หลบภัยอย่าง Bitcoin
เรื่องจริงที่ฟังดูเหมือนมุกตลกตลกร้าย เมื่อมีรายงานเปิดเผยว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีแคมเปญเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปช่วยลดภาระหนี้ระดับชาติที่ปัจจุบันทะยานไปแตะระดับ 38.6 ล้านล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เปิดช่องทางบริจาคสุดล้ำ จ่ายง่ายผ่านแอป
โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า Gifts to Reduce the Public Debt ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าเว็บไซต์ Pay.gov อย่างเป็นทางการของรัฐบาล สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็นคือ ช่องทางการชำระเงินนั้นถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายสุดๆ โดยรองรับทั้งแพลตฟอร์มการเงินสมัยใหม่อย่าง Venmo และ PayPal รวมถึงรองรับการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตทั่วไปอีกด้วย
ยอดบริจาคสุดจืดชืด เทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของหนี้
แม้ความตั้งใจจะดูดี แต่เมื่อกางตัวเลขดูแล้วกลับกลายเป็นเรื่องตลกขบขัน โครงการนี้ถูกก่อตั้งและบังคับใช้โดยสภาคองเกรสมาตั้งแต่ปี 1985 ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถเก็บยอดเงินบริจาครวมไปได้เพียงประมาณ 67 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
หากนำมาหารเฉลี่ย จะพบว่ามียอดเงินช่วยเหลือเข้ามาเพียงเดือนละ 120,000 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับก้อนหนี้มหาศาล เม็ดเงินบริจาคนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.00017% ของหนี้ทั้งหมดในปัจจุบัน ตัวเลขเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่าตัวโครงการเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางจิตวิทยา มากกว่าที่จะสร้างผลกระทบใดๆ ต่อการแก้หนี้ได้จริง
ทันทีที่ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ออกไปบนโซเชียลมีเดีย ผู้คนจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงปฏิกิริยาตอบกลับอย่างรวดเร็ว โดยกระแสส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความขบขันและการประชดประชันถึงนโยบายการคลังที่ล้มเหลวของรัฐบาล
ข่าวชิ้นนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสภาวะทางการเงินที่น่ากังวลของมหาอำนาจโลก หนี้ 38.6 ล้านล้านดอลลาร์ไม่ใช่ตัวเลขที่สามารถลบออกได้ด้วยการขอรับเงินบริจาคจากประชาชน
ในมุมมองของผู้เขียน การที่ตัวเลขหนี้ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกราฟที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ย่อมส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์เสื่อมค่าลงในระยะยาว นี่คือเหตุผลหลักที่ว่าทำไมนักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลกจำนวนมากจึงเริ่มหันหน้าหนีระบบการเงินแบบดั้งเดิม แล้วย้ายทุนไปหลบภัยในสินทรัพย์ที่มีเพดานจำกัดอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพิมพ์เงินอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ที่มา: @WatcherGuru
