สรุปข่าว
- Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple มั่นใจร่างกฎหมาย Clarity Act มีโอกาสผ่านสูงถึง 80% ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
- Brad ส่งสารถึงอุตสาหกรรมคริปโทฯ ว่า อย่าปล่อยให้ร่างกฎหมายที่สมบูรณ์แบบมาขัดขวางความก้าวหน้าจะดีกว่า
- การเจรจาในสภาฯ กำลังเดือดพล่าน แม้การประชุมที่ทำเนียบขาวล่าสุดจะล่มไม่เป็นท่า แต่รัฐบาลกำลังเร่งเครื่องดันกฎหมายให้เสร็จก่อนเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026
แนวโน้มตลาด: Bullish
Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple ประเมินว่ามีโอกาส 80% ที่ CLARITY Act จะผ่านก่อนสิ้นเดือนเมษายน โดยเรียกร้องให้อุตสาหกรรมเลือกความก้าวหน้ามากกว่าการรอความสมบูรณ์แบบ ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้นตอนนี้มาจาก Coinbase ที่ถอนการสนับสนุนกะทันหัน เพราะตกลงกันไม่ได้เรื่องผลตอบแทน Stablecoin แม้การประชุมที่ทำเนียบขาวล่าสุดจะไม่มีข้อสรุป แต่แรงกดดันจากรัฐบาลที่ต้องการสรุปกรอบกฎหมายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ Brad ยังคงมองว่าเราเริ่มเข้าใกล้ความชัดเจนมากขึ้นทุกที
Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple ส่งสัญญาณบวกถึง Clarity Act โดยประเมินว่ามีโอกาสสูงถึง 80% ที่ร่างกฎหมายคริปโทฯ ฉบับสำคัญจะได้รับการอนุมัติภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
จุดยืนในรอบนี้ของ Brad ชัดเจน เขากล่าวว่า อุตสาหกรรมควรเลือก ความก้าวหน้า มากกว่าการรอความสมบูรณ์แบบ แม้เขาจะยอมรับว่า ร่างกฎหมาย Clarity Act ฉบับนี้ยังมีจุดที่เขาไม่ชอบใจนัก แต่จากบทเรียนราคาแพงที่ Ripple ต้องต่อสู้กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) มาอย่างยาวนาน ทำให้เขารู้ดีว่าการขาดความชัดเจนทางกฎหมายนั้นสร้างความเสียหายมากมายขนาดไหน
เขาจึงได้เน้นย้ำว่า ชะตากรรมของ Ripple ถูกผูกอยู่กับภาพรวมของทั้งอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนประเด็นความล่าช้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้น เกิดจากดราม่าในคณะกรรมาธิการการธนาคาร โดยเฉพาะพี่ใหญ่อย่าง Coinbase ที่เล่นประกาศถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้เรื่อง “ผลตอบแทนของ Stablecoin” และประเด็นยิบย่อยอื่นๆ
แม้การประชุมเรื่อง Clarity Act ที่ทำเนียบขาวล่าสุดจะจบลงแบบไม่มีข้อสรุป แต่แรงกดดันจากรัฐบาลกำลังเพิ่มขึ้นทุกวัน เพราะพวกเขาต้องการสรุปกรอบกฎหมายนี้ให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ Brad มั่นใจว่า อุตสาหกรรมกำลังจะได้รับข่าวดีเร็วๆ นี้
มุมมองผู้เขียน: หาก Clarity Act ผ่านจริงตามที่ Brad บอก แม้ไส้ในอาจจะไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่มันจะเป็นใบเบิกทางสำคัญให้สถาบันการเงินกล้ากระโดดเข้ามาสู่วงการคริปโทฯ อย่างเต็มตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของตลาด
ที่มา: U.Today

