<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

อวสานสายถือยาว! เนเธอร์แลนด์ชงกฎใหม่ เก็บภาษีคริปโต 36% แม้เป็นกำไรทิพย์ยังไม่เกิดขึ้น

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • เนเธอร์แลนด์มีแผนที่จะปฏิรูปการจัดเก็บภาษี ภาคการออมและการลงทุน โดยคาดว่าจะมีการเก็บในอัตราคงที่ 36% 
  • การเก็บภาษีจะมีการคำนวณถึง กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเข้าไปด้วย ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่นักลงทุนคริปโต
  • ร่างกฎหมายอยู่ในช่วงพิจารณาและต้องได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนถึงจะมีการบังคับใช้เป็นกฎหมายจริง

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

สภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์ได้เห็นชอบร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี Box 3 ฉบับใหม่ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2028 โดยกำหนดเก็บภาษีในอัตรา 36% ซึ่งประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวคริปโตและนักลงทุนหุ้น เพราะมีการคำนวณกำไรทางบัญชีที่ยังไม่เกิดขึ้นเข้าไปด้วยเป็นฐานรายได้ที่ต้องเสียภาษีทันทีในแต่ละปี แม้จะยังไม่ได้ขายสินทรัพย์นั้นออกมาเป็นเงินสดก็ตาม และได้สร้างความกังวลอย่างมากในหมู่นักลงทุน

ชาวคริปโตในเนเธอร์แลนด์กำลังตกที่นั่งลำบาก และอาจจะต้องจ่ายภาษีสูงถึง 36% แม้กำไรที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงกำไรทิพย์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเท่านั้น หลังสภาผู้แทนราษฎรเตรียมแผนที่จะปฏิรูปภาษีชุดใหม่

รายงานจากต่างประเทศระบุว่า สภาได้มีการลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย Wet werkelijk rendement box 3 ที่จะเป็นการบังคับให้ประชาชนต้องจ่ายภาษีในอัตราคงที่ 36% สำหรับผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการเก็บออมและการลงทุน โดยมีผลเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2028

ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาแทนที่ระบบเดิมที่มีการจัดเก็บภาษีรายได้จากการลงทุนตาม ผลตอบแทนสมมติ ซึ่งเป็นกรอบการทำงานที่ศาลฎีกาเนเธอร์แลนด์ตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญในคำวินิจฉัยหลายฉบับที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2021

ภายใต้กฎหมายใหม่ ภาษีที่จัดเก็บจะไม่ได้นับเฉพาะกำไรที่ได้รับมาอย่าง ดอกเบี้ย, ค่าเช่า และปันผลเท่านั้น แต่ยังนับรวมถึงมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ของหุ้น พันธบัตร และคริปโตเคอร์เรนซี แม้ว่าสินทรัพย์เหล่านั้นจะยังไม่ได้ถูกขายออกมาก็ตาม มีเพียงอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสตาร์ทอัพที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้นที่จะมีกฎระเบียบแยกออกมา โดยจะใช้การคำนวณแบบเงินได้ ที่จะจัดเก็บภาษีต่อเมื่อมีการขายเท่านั้น

สมมติว่า ประชากรชาวดัตช์รายหนึ่งมีพอร์ตที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา 10,000 ยูโรภายในปีนั้น เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิ์ในการเรียกเก็บภาษีจากกำไรที่เพิ่มขึ้นในส่วนนั้นโดยชอบธรรมตามกฎหมาย แม้เจ้าตัวจะยังไม่อยากขายสินทรัพย์นั้นออกมากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองหลายพรรคที่ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ ยอมรับว่าการเก็บภาษีจาก กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แนวทางที่พวกเขาต้องการ แต่ที่ต้องยกมือสนับสนุนเป็นเพราะความจำเป็นด้านงบประมาณและข้อจำกัดทางกฎหมายที่บีบบังคับให้ต้องผ่านมติ แต่โชคยังดีที่ร่างกฎหมายดังกล่าวต้องได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภาก่อนถึงจะเป็นกฎหมายได้อย่างเต็มตัว 

ระบบภาษีของเนเธอร์แลนด์

ปัจจุบันการคิดภาษีของเนเธอร์แลนด์จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ตะกร้า (Boxes) อันประกอบไปด้วย : 

Box 1: รายได้จากการทำงาน หรือ รายได้หลัก เช่น เงินเดือนและสวัสดิการ โดยแบ่งฐานภาษีเป็นขั้นบันได โดยมีอัตราภาษีขั้นต้น 8.10% (+ประกันสังคมอีก 27.65%) , ขั้นกลาง 37.56% และขั้นปลายสูงสุด 49.50%

Box 2: รายได้จากการถือหุ้น สำหรับผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทตั้งแต่ 5% ขึ้นไปจะมีการคิดภาษี 24.5% หากมูลค่าไม่เกินเกณฑ์ และ 31% หากเกินขึ้นมา

Box 3: การออมและการลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังจะมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ที่ได้กล่าวไปข้างต้น แต่หากนักลงทุนทำกำไรได้ไม่ถึง 1,800 ยูโรในปีก็ไม่ต้องเสียภาษีตรงนี้ ส่วนผู้ที่ขาดทุนมาก่อนหน้าสามารถนำตัวเลขนี้มาหักลบการเก็บภาษีเพิ่มเติมได้โดยไม่จำกัดว่าการขาดทุนจะเกิดขึ้นเมื่อไร

เสียงคัดค้าน

แนวทางดังกล่าวที่สภาได้มีการเสนอมาได้ส่งผลทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่นักลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวคริปโต เนื่องจากพวกเขาจำเป็นที่จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นจากตัวเลขในอากาศไม่ใช่เงินที่พวกเขาได้รับจริง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องตามมา และทำให้นักลงทุนบางส่วนอาจตัดสินใจถึงขั้นเปลี่ยนสัญชาติ ย้ายที่อยู่

ปัจจุบัน เนเธอร์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีบุคคลที่สูงมาก ด้วยอัตรา 49.50% ซึ่งถือเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป แต่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยังคงเก็บภาษีเงินได้จากกำไรที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้นไม่ได้ทำการเก็บภาษีในรูปแบบเดียวกับเนเธอร์แลนด์ ทำให้กฎหมายดังกล่าวมีความผิดปกติเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไปในยุโรป

ที่มา : IMI


มุมมองผู้เขียน: การจัดเก็บภาษีจากกำไรที่ไม่เกิดขึ้นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างคริปโต ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากนักลงทุนจะต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พวกเขายังต้องรีบเทขายสินทรัพย์เพื่อหมุนเงินสร้างสภาพคล่อง ไม่สามารถเก็บออมระยะยาวได้อีกต่อไปซึ่งสิ่งนี้อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดีที่ได้จากการจัดเก็บภาษีเสียอีก