สรุปข่าว
- สแกมเมอร์ใช้ AI แชทบอทปลอมตัวเป็น Gemini เพื่อเสนอของเหรียญที่ชื่อ Google Coin
- สไตล์ของเว็บไซต์ และการตอบคำถามของ AI มีความแนบเนียนมากจนใกล้เคียงเหมือนมาจาก Google จริงๆ
- ความเสียหายจากการโกงในอนาคตอาจทวีคูณ เพราะบอทสามารถรันได้ตลอดเวลาไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพเหมือนสแกมเมอร์ที่เป็นมนุษย์
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
มิจฉาชีพได้พัฒนากลโกงขั้นกว่าด้วยการใช้แชตบอท AI ที่แอบอ้างว่าเป็น Gemini”เพื่อหลอกลวงนักลงทุนให้ระดมทุนในโปรเจกต์ปลอมชื่อ Google Coin ผ่านเว็บไซต์ที่ออกแบบมาอย่างแนบเนียน โดยบอทตัวนี้ถูกฝึกฝนมาให้โต้ตอบด้วยหลักจิตวิทยาขั้นสูงจนทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามยุคใหม่ที่ AI สามารถทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อทั่วโลกได้พร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง
วงการต้มตุ๋นหลอกลวง และเหล่าสแกมเมอร์นับวันยิ่งมีการพัฒนาเหนือชั้นจนทำให้หลายคนต้องตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว และในครั้งนี้พวกเขามาด้วยลูกไม้ใหม่ กับการปลอมตัวเป็น AI ชื่อดังของ Google อย่าง Gemini
รายงานจากต่างประเทศได้มีการตรวจพบโปรเจกต์น่าสงสัยตัวหนึ่งในชื่อของ Google Coin ที่กำลังเปิดให้ระดมทุนอยู่ โดยมีการใช้งาน Chatbot ที่อ้างว่าเป็นผู้ช่วย AI Gemini คอยชักจูงต่างๆนานา เพื่อให้นักลงทุนตัดสินใจทุ่มเงินกับโปรเจกต์นี้ ก่อนที่จะรู้ตัวว่าเงินที่ส่งไปจะไม่มีทางกลับออกมา
ปัจจุบัน Google ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์คริปโตเคอร์เรนซี แต่เว็บไซต์ระดมทุนของ Google Coin นั้นมีความสวยงามและดูเหมือนเป็นโปรเจกต์จากทาง Google จริงๆ ทำให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อได้ง่ายมาก

นักลงทุนรายหนึ่งที่อยากทดสอบระบบของ Google Coin เปิดเผยว่าโปรเจกต์นี้มีการทำการบ้านมาอย่างดี การออกแบบทุกอย่างรวมไปถึงสไตล์การมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้ล้วนมีความใกล้เคียงกับ Google อย่างน่าเหลือเชื่อ
เมื่อลองถาม Gemini ไปว่า “จะรวยขึ้นไหมหากซื้อ 100 เหรียญ” บอทได้ตอบกลับมาพร้อมเป้าหมายราคาพร้อมเสร็จสรรพ หากลงทุนในขณะนี้จะได้กำไรกลับคืนมาเท่าไร ทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำว่าหากสนใจจะลองเข้ามาศึกษาวิธีการเข้าซื้อหรือไม่

ตามปกติแล้วในกระบวนการต้มตุ๋นโกงคริปโตมักจำเป็นที่จะต้องผ่านสแกมเมอร์ที่เป็นมนุษย์โดยตรงเพื่อหว่านล้อม แต่ในปี 2026 นี้ AI กลับเป็นสิ่งที่โต้ตอบกับมนุษย์แทน และสร้างความเสียหายได้ไม่แพ้กัน
ทีมทดสอบ กล่าวถึงสแกมเมอร์เจ้านี้เลยว่ามีการฝึกฝนบอทตัวนี้มาเป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะพยายามถามอย่างไร ลักษณะนิสัย และรูปแบบของ AI ตัวนี้ก็ยังคงยืนยันหนักแน่น ว่าเป็นผู้ช่วยประจำโปรเจกต์ Google Coin และปฏิเสธที่จะมอบข้อมูลทุกอย่างของบริษัท
เมื่อมีการถามกดดันต่อไปว่า โปรเจกต์เป็นสแกมหรือไม่ AI ปฏิเสธที่จะตอบ และถ้าคำถามยากเกินไปที่จะรับมือจะมีการส่งไม้ต่อให้ “ผู้จัดการ” ซึ่งคาดว่าเป็นมนุษย์รับช่วงต่อแทน
ทีมทดสอบ กล่าวต่อไปว่าโปรเจกต์เจ้านี้เข้าใจในจิตวิทยาเป็นอย่างดี มีการสร้างสภาวะบีบบังคับด้านเวลา ให้ผู้ที่สนใจต้องรีบเข้าซื้อเพราะของใกล้จะหมด, มีการใช้โลโก้ของแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือจำนวนมากในหน้าเว็บเพื่อสร้างความเชื่อมั่น อีกทั้งยังมีการหว่านล้อมให้โบนัสเพิ่มขึ้นเมื่อยิ่งโอนเงินเพิ่ม ทำให้เกิดความรู้สึกคุ้มค่า แต่หารู้ไม่ว่าปลายทางของ Google Coins นั้นกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่จริง

กลโกงยุคใหม่
ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการฉ้อโกงด้วยเทคโนโลยี AI คอนเซ็ปต์หลักของการโกงคือการสร้างความน่าเชื่อถือและปิดการขาย ซึ่งในสมัยก่อนโอเปอเรเตอร์ที่เป็นมนุษย์จะมีขีดจำกัดในการ “ต้อนรับเหยื่อ” ในแต่ละวัน แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้า AI สามารถหลอกเหยื่อเป็นจำนวนมากได้พร้อมๆ กันทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมงไม่หยุดพัก โดยที่มนุษย์ไม่ตั้งข้อสงสัย
วิธีการป้องกัน
หากในอนาคตผู้อ่านได้ไปพบเจอกับโปรเจกต์ที่มีการอวดอ้างว่ามาจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ สิ่งแรกที่ควรจะทำคือเข้าไปยังเว็บไซต์หลักของแบรนด์และค้นหาข้อมูลว่าโปรเจกต์เหล่านี้มีจริงหรือไม่ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดเว็บไซต์ไปเลย ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวเพราะการโกงส่วนใหญ่บนโลกออนไลน์ล้วนแล้วแต่มาจากข้อเสนอในการลงทุน
อย่างไรก็ตามหากลองทดสอบดูด้วยตนเอง ให้ลองถามบอท AI ไปว่าจะได้ผลตอบแทนเท่าไร หากมันตอบกลับมาด้วยตัวเลขที่สูงขึ้นหรือการการันตีให้พึงนึกไว้เลยว่าเป็นสแกม 100% เพราะไม่มีแพลตฟอร์มลงทุนใดกล้าการันตีผลตอบแทนที่ได้ เว้นเสียแต่ว่า AI จะพัฒนาไปไกลจนเลียนแบบพฤติกรรมจนไม่มีวิธีแยกออก
ที่มา : Malwarebytes
มุมมองผู้เขียน : จุดยืนที่ชัดเจนที่สุดของผู้เขียนคือการเตือนสติผู้อ่าน โดยให้ยึดหลักความจริงที่ว่าการลงทุนไม่ว่าจะอะไรก็ตามย่อมมีความเสี่ยงเสมอ และวิธีรับมือที่เด็ดขาดและปลอดภัยที่สุดคือการแสวงหาความรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อตามให้ทันโลกจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

