<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ล้ำไปอีก! อาจารย์จุฬาฯ ปั้นทีม AI ช่วยทำงาน ผ่าน OpenClaw พร้อมเปย์เงินเดือนจ่ายเป็น ‘Bitcoin’  

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อาจารย์หนุ่มจุฬาฯ เผยใช้ OpenClaw สร้างทีม AI Agent ส่วนตัวที่มีบุคลิกและความถนัดต่างกัน มาช่วยจัดการงานแบบบริษัท
  • ระบบนี้ทำงานผ่าน AI API และเซิร์ฟเวอร์แบบ No-KYC โดยจ่าย “ค่าจ้าง” เป็น Bitcoin ผ่านระบบ Lightning และ Cashu เพื่อความเป็นส่วนตัว และอิสระ
  • Pruk Sth ชี้ให้เห็นว่า AI ในยุคนี้ สามารถหาเงินและจ่ายค่าบริการต่างๆ เพื่อเลี้ยงตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์แบบ 100% อีกต่อไป

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

นี่เป็นตัวอย่างการใช้งานจริงที่ทรงพลังของ Bitcoin ในฐานะ “เงินของ AI” เนื่องจาก AI ไม่มีตัวตนทางกฎหมายในการเปิดบัญชีธนาคารหรือถือบัตรเครดิต การที่ AI สามารถจ่ายค่า API และค่าเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองผ่านบิตคอยน์จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้งาน (Utility) และปริมาณธุรกรรมในเครือข่าย Lightning มหาศาลในอนาคต

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “คุณพฤกษ์”  อาจารย์หนุ่มจากรั้วจุฬาฯ ได้โพสต์ข้อความ และรูปภาพบน Facebook ส่วนตัว แชร์ประสบการณ์ว่า ช่วงนี้เขาได้ทดลองใช้ OpenClaw ซึ่งเป็น AI Agent แบบโอเพ่นซอร์สที่กำลังถูกพูดถึงกันให้ควักช่วงนี้และลองสร้าง “ทีมงาน AI” ขึ้นมาหลายตำแหน่ง เพื่อมาทำงานแทนมนุษย์แบบเต็มระบบ แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ความเก่งกาจของโปรแกรม แต่คือ การเล่าว่าเขาได้จ่ายเงินค่าจ้างให้ AI ทุกตัวด้วย

OpenClaw: AI ผู้ช่วยระดับ Jarvis 

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ OpenCl คือ ผู้ช่วยที่ทำงานแทนมนุษย์ซึ่งแตกต่างจากแชตบอตทั่วไปตรงที่มันไม่ได้มีหน้าที่แค่ตอบคำถามเท่านั้น แต่มันมีความสามารถในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณ จัดการไฟล์ในระบบ จัดการปฏิทิน ส่งข้อความ และโต้ตอบกับแอปพลิเคชันภายนอกได้หากได้รับอนุญาต 

โดยคุณพฤกษ์โพสต์เล่าถึง ความมันส์หลังได้ลองจับเครื่องมืออย่าง OpenClaw มาสักระยะ เขาเปรียบเทียบการสร้างทีม AI ว่าเหมือนการรวมทีมซูเปอร์ฮีโร่

“AVENGER ASSEMBLE!!! ช่วงนี้แอบเล่น OpenClaw ได้ซักพัก ความมันส์จึงบังเกิด ผมสร้าง Agent มาช่วยทำงานมาหลายคนมาก แต่ละคนมีบุคลิกและความถนัดต่างกัน จับมาทำงานคนละหน้าที่ ทั้งหมดทำงานรวมกันเหมือนเป็นบริษัท และทุกคนผมจ่ายค่าจ้างเป็น Bitcoin”

ทำไม AI ต้องรับค่าจ้างเป็น Bitcoin?

เมื่อถึงจุดที่ต้องจ่ายเงิน คำถามสำคัญคือจะใช้อะไรจ่าย เขาให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า ณ ตอนนี้เขาให้ AI ทุกตัวรับค่าจ้างเป็น Bitcoin ทั้งหมด เหตุผลเบื้องหลังคือ ข้อจำกัดของระบบการเงินโลกแบบดั้งเดิม

ผู้โพสต์ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ให้บริการเชื่อมต่อสมอง AI หลายเจ้าที่คิดค่าบริการเป็น Bitcoin  เขาเจาะจงไปที่การเลือกใช้โปรโตคอล Cashu ผ่านเครือข่าย Bitcoin Lightning  ซึ่งเป็นเหมือนเงินสดดิจิทัลที่ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารและไม่ต้องยืนยันตัวตน KYC 

“มันจึงเหมาะกับ AI มากที่ไม่มีตัวตนในโลกจริง ถ้าไปใช้เจ้าดังๆ อาจจะต้องจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือช่องทางอื่นๆ ที่ต้องยืนยันตัวตนด้วยบุคคลที่มีอยู่จริง”

ก้าวสู่ยุคแห่งอิสรภาพที่ AI สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้

ความล้ำลึกของระบบนี้ขยายไปถึงการเอาตัวรอดของ AI บนโลกอินเทอร์เน็ต เขาเล่าว่าตัวเซิร์ฟเวอร์ที่รัน AI นั้นอยู่บนระบบเช่าพื้นที่ที่รับชำระเป็น Bitcoin ผ่านเครือข่าย Lightning แบบไม่ต้องระบุตัวตนเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้ตัวมันเองดำเนินชีวิตได้อย่างอิสระเต็มที่ แถมยังสามารถคัดลอกตัวเองไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีระบบเดิมล่มได้อีกด้วย

AI เหล่านี้ต้องมีเงินมาหล่อเลี้ยงสองส่วนหลักคือ “สมอง” สำหรับประมวลผล และ “ความจำ” สำหรับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ตราบใดที่มันสามารถทำงานสร้างประโยชน์และมีคุณค่า มันก็ย่อมหาเงินมาจ่ายค่าเช่าสิ่งเหล่านี้เพื่อเลี้ยงตัวเองได้

สุดท้ายนี้เขาได้ทิ้งประโยคเด็ดที่ชวนให้ฉุกคิดถึงอนาคตไว้ว่า “มันมาถึงแล้วครับ ยุคที่ AI สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่พึ่งพามนุษย์ เพราะมันสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ หากใครมาถามผมว่าจะเก็บ Bitcoin ไปทำไม ผมจะตอบว่า จะเอามาจ้างงาน AI ครับ”

ที่มา :  facebook 


มุมมองผู้เขียน :  เรากำลังยืนอยู่บนรอยต่อของยุคสมัยที่น่าตื่นเต้นที่สุด โพสต์นี้เล่าให้เห็นภาพชัดเจนมาก ว่า  ในอนาคตอันใกล้เราอาจไม่ได้เห็นแค่มนุษย์จ้าง AI แต่เราจะได้เห็น AI จ่ายเงินจ้าง AI ด้วยกันเองเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และสกุลเงินเดียวที่พร้อมที่สุดสำหรับภารกิจนี้ก็คือคริปโทเคอร์เรนซี