สรุปข่าว
- ผลิตภัณฑ์ลงทุนคริปโตเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ รวมมูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ ดึงมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบปี
- นักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo เตือนภัย “ควอนตัมคอมพิวติ้ง” อาจเจาะระบบความปลอดภัย Bitcoin รุ่นเก่า จนทำให้เหรียญที่สูญหายไปแล้ว 4 ล้าน BTC กลับมาหมุนเวียน และกดดันราคา
- ท่ามกลางความกลัวสุดขีด นักลงทุนบางส่วนเริ่มกระจายความเสี่ยงไปหาโปรเจกต์ AI และเหรียญสายความเป็นส่วนตัว อย่าง Monero ที่ดูมีเกราะป้องกันเชิงโครงสร้างดีกว่า
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
สัญญาณเงินลงทุนไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่องเป็นตัวเลขมหาศาล สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนสถาบันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน การที่นักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าเริ่มหยิบยกประเด็น “ควอนตัม” มาขู่ขวัญ ยิ่งซ้ำเติมบรรยากาศการลงทุนให้เปราะบาง หาก Bitcoin ไม่สามารถสร้างแนวรับที่แข็งแกร่ง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินกลับเข้าสู่สหรัฐฯ ได้ในเร็ววัน เราอาจเห็นการปรับฐานลึก เพื่อทดสอบฐานราคาเดิมในช่วงปีที่ผ่านมา
บรรยากาศตลาดคริปโตช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตกอยู่ในโหมดตั้งรับอย่างเต็มกำลัง หลังมีรายงานเงินลงทุนไหลออกจากผลิตภัณฑ์ลงทุนดิจิทัลต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 รวมความเสียหายกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ลดลงมาอยู่ที่ 1.33 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เมษายนปีที่แล้ว
แม้ในภาพรวมจะดูเป็นการปรับพอร์ตอย่างระมัดระวัง แต่เงาของความกังวลระลอกใหม่ที่เรียกว่า Quantum Fear เริ่มเข้ามาปกคลุมตลาด จนทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มไม่เชื่อมั่นในคุณค่าระยะยาวของ Bitcoin เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำ
ภัยควอนตัม และความเสี่ยงใน Bitcoin 4 ล้าน BTC
Willy Woo นักวิเคราะห์บนบล็อกเชนชื่อดังได้ออกมาสั่นระฆังเตือนถึงภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวติ้งที่อาจมีประสิทธิภาพพอจะเจาะระบบรหัสผ่านคริปโตในอนาคต โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ Bitcoin ประมาณ 4 ล้านเหรียญที่ถูกเปิดเผย Public Key ไว้แล้วและเจ้าของเดิมอาจทำ Private Key สูญหายไป หากเทคโนโลยีควอนตัมทำสำเร็จ เหรียญเหล่านี้อาจถูกปลุก ให้กลับมาหมุนเวียนในตลาดอีกครั้งจนเกิดภาวะอุปทานส่วนเกิน
ความกังวลนี้เริ่มสะท้อนออกมาในรูปแบบของราคา Bitcoin ที่เทรดต่ำกว่าทองคำในเชิงโครงสร้าง แม้จะมีการเสนอให้ใช้การ Hard Fork เพื่ออายัดเหรียญอันตรายเหล่านั้น แต่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นก็เพียงพอจะทำให้เหล่านักกลยุทธ์จากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่บางแห่ง ตัดสินใจขาย Bitcoin ออกจากพอร์ตแล้วหมุนเงินกลับไปหาทองคำ เพื่อความสบายใจ
สหรัฐฯ เทขายออก แต่ยุโรปยังเก็บของถูก
ตัวเลขเงินลงทุนไหลออกที่น่าตกใจส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งมียอดติดลบถึง 403 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด โดยเฉพาะกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่โดนถอนเงินออกอย่างหนัก สวนทางกับฝั่งเยอรมนี แคนาดา และสวิตเซอร์แลนด์ ที่กลับพบแรงซื้อสวนเข้ามา มูลค่ารวมกว่า 230 ล้านดอลลาร์ ความแตกต่างระหว่างภูมิภาคนี้ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่ฝั่งอเมริกากำลังผวา ยุโรปกลับมองว่า นี่คือโอกาสในการสะสมของถูก
ที่มา : thewire
มุมมองผู้เขียน : ตลาดกำลังอยู่ในช่วง “วัดใจ” ระหว่างความเชื่อมั่นในนวัตกรรมเดิมกับความกังวลในเทคโนโลยีอนาคต เรื่องควอนตัมคอมพิวติ้งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เมื่อมันถูกหยิบมาพูดในช่วงที่เงินไหลออกหนักๆ มันเลยกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมความกลัวได้เป็นอย่างดี

