Fear & Greed Index อยู่ที่ 7 — ระดับ Extreme Fear ที่ต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์คริปโต แต่ถ้าคุณเปิด X (Twitter) ตอนนี้ คุณจะเห็นไทม์ไลน์เต็มไปด้วยโพสต์ bullish สัญญาณเทรดแม่นยำ 95% และแฮชแท็กที่ตะโกนว่า “ซื้อเลยตอนนี้” คำถามคือ ใครกำลังโกหกใคร? คำตอบ: ไทม์ไลน์ของคุณกำลังโกหกคุณ และถ้าคุณแยกไม่ออก — คุณคือ exit liquidity ของคนอื่น
สรุปบทความ
- Fear & Greed Index อยู่ที่ 7-9 (Extreme Fear) ซึ่งต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี แต่เซนติเมนต์บน X กลับดูเป็น “Strongly Bullish” จากบอทสแปมกว่า 60% ของทวีตคริปโต
- Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกต่อเนื่อง 3 วันรวมกว่า 165 ล้านดอลลาร์ BlackRock ขาย BTC มูลค่า 164 ล้านดอลลาร์ และ AUM ของ ETF ลดลง 60,000 ล้านดอลลาร์จากจุดสูงสุด
- ข้อมูล on-chain ชี้ว่า 50% ของ BTC supply ทั้งหมดอยู่ใต้น้ำ (ขาดทุน) Open Interest ลดลง 140,000 ล้านดอลลาร์ และ Altcoin volume ลดลง 50%
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ความแตกต่างระหว่างเซนติเมนต์ปลอมบน social media กับข้อมูลจริงจาก ETF outflows และ on-chain metrics บ่งชี้ว่าตลาดยังอยู่ในแรงกดดันขาลง นักลงทุนสถาบันกำลังลดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ขณะที่รายย่อยถูกหลอกให้เชื่อว่าตลาดกำลังจะกลับตัว
ความขัดแย้งที่อันตรายที่สุดในรอบปี: Extreme Fear แต่ไทม์ไลน์ Bullish

ลองนึกภาพสถานการณ์นี้ คุณเปิดแอปเช็คราคา Bitcoin แล้วเห็นว่า Fear & Greed Index อยู่ที่ 7 — ตัวเลขที่บอกว่าตลาดกำลังกลัวสุดขีด คนส่วนใหญ่กำลังหนีตาย กำลังขายทิ้ง กำลังตื่นตระหนก แต่พอคุณเปิด X ขึ้นมา ไทม์ไลน์กลับเต็มไปด้วยโพสต์ที่บอกว่า “นี่คือจุดต่ำสุดแล้ว” “เข้าซื้อเลย” “สัญญาณ bullish ชัดเจน” พร้อมกราฟเทคนิคัลสวยหรู
สองข้อมูลนี้ไม่สามารถเป็นจริงพร้อมกันได้ ถ้าตลาดกลัวจริง ทำไมทุกคนบน X ถึง bullish? และถ้าทุกคน bullish จริง ทำไม Fear & Greed ถึงอยู่ที่ 7? คำตอบอยู่ในข้อเท็จจริงที่น่ากลัว: “ทุกคน” ที่คุณเห็นบน X ไม่ใช่คนจริง
จากการสแกนทวีตที่เกี่ยวกับคริปโตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามากกว่า 60% ของทวีตที่ดูเหมือน “bullish” เป็นโพสต์สแปมจากบอท — ข้อความ copy-paste เหมือนกันทุกตัวอักษร อ้างว่าสัญญาณเทรดมี “ความแม่นยำ 95%” บางแฮชแท็กที่ trending มีการสะกดผิดแบบเดียวกันทุกโพสต์ (เช่น #parfect แทน #perfect) ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามาจากสคริปต์ตัวเดียวกัน
นี่ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด นี่คือข้อเท็จจริงที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า และมันกำลังหลอกนักเทรดไทยหลายหมื่นคนที่ใช้เซนติเมนต์บน X เป็นเครื่องมือตัดสินใจลงทุน
ตัวเลขจริงที่บอทไม่อยากให้คุณเห็น

ขณะที่บอทกำลังตะโกนว่า bullish อยู่นั้น ข้อมูลจริงกำลังเล่าเรื่องที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มาดูกันทีละจุด
@BiconomyCom รายงานว่า Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐมีเงินไหลออกสุทธิ 133.3 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ขณะที่ Ethereum ETF ไหลออกอีก 41.8 ล้านดอลลาร์ นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว แต่เป็นการไหลออกต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินสถาบันกำลัง “ถอยออก” อย่างเป็นระบบ
ที่น่าตกใจกว่านั้น @ruma_intern เปิดเผยว่า BlackRock — กองทุนที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของการรับรอง Bitcoin จากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ — ขาย BTC มูลค่า 164 ล้านดอลลาร์ออกจาก ETF ของตนเอง เมื่อแม้แต่ BlackRock ยังขาย คำถามคือ คุณกำลังซื้อจากใคร?
@AshCrypto สรุปสถานการณ์ไว้อย่างถึงกระดูกในทวีตที่ได้ engagement สูงที่สุดว่า “นี่คือเหตุผลที่ทุกคนหดหู่ในคริปโต” พร้อมข้อมูลดังนี้:
- ปริมาณการซื้อขาย Altcoin ลดลง 50%
- AUM ของ Spot Bitcoin ETF ลดลง 60,000 ล้านดอลลาร์
- 50% ของ BTC supply ทั้งหมดอยู่ “ใต้น้ำ” (ผู้ถือกำลังขาดทุน)
- Bitcoin มี panic selling ต่อเนื่อง 11 วัน
- Open Interest ลดลง 140,000 ล้านดอลลาร์ (ลดลง 60% จากจุดสูงสุด)
ทวีตนี้ถูกก็อปวางโดยบัญชีอื่นอีกหลายสิบบัญชี ทั้ง @jnwc79, @darkink0_0, @UncommonWhale, @DhrubaKalitaim, @HAYLH78 และ @JahbreezFX — ทุกบัญชีโพสต์ข้อความเหมือนกันแบบคำต่อคำ นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “เซนติเมนต์” บน X ถูกปั่นได้ง่ายเพียงใด แม้แต่ข้อมูล bearish ยังถูก copy-paste จนกลายเป็น engagement farming ดังนั้นโพสต์ bullish จากบอทสัญญาณเทรดปลอมจะน่าเชื่อถือได้อย่างไร?
กายวิภาคของบอทสแปม: ทำไมมันหลอกคุณได้สำเร็จ

บอทสแปมสัญญาณเทรดในวงการคริปโตไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปัจจุบันมันวิวัฒนาการไปไกลกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด รูปแบบที่พบมากที่สุดมีลักษณะดังนี้:
ประการแรก โปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ — มีรูปโปรไฟล์คนจริง (มักสร้างจาก AI) มีจำนวนผู้ติดตามหลักพันถึงหลักหมื่น (ซื้อมา) และมีทวีตเก่า ๆ ที่ดูเหมือนกิจกรรมจริง ประการที่สอง เนื้อหาที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้น FOMO — “สัญญาณความแม่นยำ 95%” “กำไร 500% ใน 24 ชั่วโมง” “เข้า Telegram เพื่อรับสัญญาณฟรี” ทุกโพสต์ถูกเขียนขึ้นเพื่อกดปุ่มความโลภของคุณ ประการที่สาม ปริมาณที่ท่วมท้น — บอทเหล่านี้ไม่ได้โพสต์แค่สิบหรือร้อยทวีต แต่เป็นหลายพันทวีตต่อชั่วโมง มากพอที่จะครอบงำอัลกอริทึมของ X และทำให้ feed ของคุณเต็มไปด้วยข้อความ bullish
ผลลัพธ์คือ เครื่องมือวิเคราะห์เซนติเมนต์ (sentiment analysis tools) ที่สแกนทวีตอัตโนมัติจะอ่านค่าออกมาเป็น “strongly bullish” เพราะปริมาณทวีตที่มีคำว่า “buy” “bullish” “moon” มากกว่าทวีตที่มีคำว่า “sell” “bearish” “crash” อย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ในความเป็นจริง ทวีตเหล่านั้นมาจากบอท ไม่ใช่คนจริงที่กำลังลงทุนจริง
สำหรับนักเทรดไทยที่ใช้ X เป็นแหล่งข้อมูลหลัก นี่คือกับดักอันตราย คุณกำลังตัดสินใจลงทุนด้วยเงินจริง บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกปั้นขึ้นโดยสคริปต์คอมพิวเตอร์
Smart Money กำลังทำอะไร? ดูจาก ETF Flows ไม่ต้องเดา

ถ้าเซนติเมนต์บน X ไว้ใจไม่ได้ แล้วเราควรดูอะไร? คำตอบตรงไปตรงมา: ดูเงิน ดูว่าเงินจริงไหลไปทางไหน
ETF flows เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับเซนติเมนต์ของนักลงทุนสถาบัน เพราะนี่คือเงินจริงที่ถูกโอนเข้าหรือออกจากกองทุน ไม่ใช่ทวีตหรือโพสต์ที่ใครก็พิมพ์ได้
ข้อมูลจาก @nextgen_signals ชี้ว่า Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐมีเงินไหลออกรวมประมาณ 8,500 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนตุลาคม โดย 55 จาก 89 วันทำการมีเงินไหลออก นั่นหมายความว่ามากกว่า 60% ของวันทำการ สถาบันเลือกที่จะ “ถอน” ไม่ใช่ “เพิ่ม” ตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้อมูลทั้งสองด้าน @finmirecom ชี้ประเด็นที่น่าสนใจว่า net inflows สะสมของ Spot BTC ETF ยังอยู่ที่ประมาณ 53,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง “outflows ล่าสุดดูเล็กมากเมื่อเทียบกับ inflows มหาศาลตั้งแต่เปิดตัว” นี่เป็นมุมมองที่ถูกต้อง แต่มันไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงว่า “ทิศทาง” ของเงินในช่วงนี้คือขาออก ไม่ใช่ขาเข้า
@Kai95x อธิบายไว้ตรงประเด็นว่า “ETF flows ทำหน้าที่เป็น sentiment indicator ที่ชัดเจนสำหรับตลาดคริปโตโดยรวม” และตัวชี้วัดนี้กำลังบอกว่า: สถาบันกำลังลดความเสี่ยงท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านมหภาคและอัตราดอกเบี้ย
ในขณะเดียวกัน @cryptovolmak วิเคราะห์ว่าตลาด Bitcoin options มี structure ที่เอียงไปทาง bearish โดยมีโอกาสทดสอบจุดต่ำสุดของปีใกล้ระดับ 60,000 ดอลลาร์ เมื่อรวมกับ Bitcoin ที่เคยหลุดต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ ภาพรวมไม่ได้สวยงามอย่างที่บอทบน X พยายามบอกคุณเลยแม้แต่น้อย
“Exit Liquidity” คืออะไร และทำไมมันอาจเป็นคุณ

คำว่า “exit liquidity” เป็นศัพท์ที่นักเทรดไทยหลายคนอาจเคยได้ยินแต่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดกับตัวเอง ความหมายของมันตรงไปตรงมา: คุณคือคนที่ซื้อตอนที่คนอื่นกำลังขาย คุณคือ “สภาพคล่อง” ที่ทำให้คนอื่นออกจากตำแหน่งได้
ลองนึกภาพกลไกนี้ สถาบันต้องการขาย BTC ออกจาก ETF แต่ถ้าทุกคนกลัวและไม่มีใครซื้อ ราคาจะดิ่งลงอย่างรุนแรง ทำให้สถาบันขาดทุนมากขึ้น แต่ถ้ามี “ใครสักคน” คอยซื้ออยู่ — คนที่เชื่อว่าราคากำลังจะขึ้นเพราะ “ดูจากเซนติเมนต์บน X แล้วทุกคน bullish” — สถาบันก็สามารถขายได้อย่างราบรื่น
คุณเห็นภาพไหม? บอทสแปมที่สร้างเซนติเมนต์ bullish ปลอม ๆ ไม่จำเป็นต้องถูกสร้างขึ้นโดยสถาบันเหล่านี้โดยตรง แต่ผลลัพธ์มันเอื้อประโยชน์ให้กับทุกคนที่ต้องการ “ออก” จากตลาด เพราะมันหลอกให้คนอื่น “เข้า” มาแทนที่
ข้อมูลจาก @RugBuddyX แสดงให้เห็นว่า Bitcoin Fear and Greed Index อยู่ที่ 9 ซึ่งเป็นระดับ Extreme Fear ขณะที่ Memecoin Greed Index อยู่ที่ 41 (Fear) และ Bitcoin เคยหลุดต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ จุดชนวนความกลัวว่าอาจร่วงลงไปถึง 50,000 ดอลลาร์ ข้อมูลจริงกำลังกรีดร้องว่า “ระวัง” แต่บอทกำลังกระซิบว่า “ซื้อเลย” คุณจะฟังใคร?
วิธีป้องกันตัวเอง: แยกสัญญาณจริงออกจากเสียงรบกวน
ก่อนจะถึงส่วนความเห็น ผมอยากให้ framework ที่เป็นรูปธรรมสำหรับนักเทรดไทยในการกรองข้อมูลบน X:
หนึ่ง ตรวจสอบแหล่งที่มาเสมอ — ถ้าบัญชีหนึ่งโพสต์สัญญาณเทรดวันละ 50 ครั้ง อ้างความแม่นยำ 95% แต่ไม่เคยแสดง track record ที่ตรวจสอบได้ นั่นคือบอทหรือ scam เกือบแน่นอน
สอง เปรียบเทียบข้อมูลหลายแหล่ง — อย่าดูแค่ X ตรวจสอบ Fear & Greed Index, ETF flows จาก Farside Investors, on-chain data จาก Glassnode หรือ CryptoQuant ถ้าข้อมูลทุกแหล่งบอกเหมือนกันยกเว้น X นั่นบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ X
สาม ระวังทวีต copy-paste — ถ้าคุณเห็นข้อความเหมือนกันจากหลายบัญชี (อย่างกรณีทวีตของ @AshCrypto ที่ถูกก็อปไปอย่างน้อย 6 บัญชี) นั่นไม่ใช่ “คนหลายคนคิดเหมือนกัน” นั่นคือ engagement farming หรือบอท
สี่ ดู “เงิน” ไม่ใช่ “คำพูด” — ETF inflows/outflows, whale movements, exchange reserve changes เป็นข้อมูลที่ต้องใช้เงินจริงในการสร้าง ไม่เหมือนทวีตที่ใครก็พิมพ์ได้ฟรี
ความเห็นผู้เขียน
ผมเขียนบทความนี้ไม่ใช่เพราะอยากให้ทุกคนกลัวและขายทิ้งทุกอย่าง ผมเขียนเพราะผมโกรธ
ผมโกรธที่เห็นนักลงทุนรายย่อยชาวไทย — คนที่ทำงานหนัก เก็บเงินมาลงทุน หวังจะสร้างอนาคตที่ดีกว่า — กำลังถูกหลอกโดยกองทัพบอทที่ไม่มีจิตสำนึก ผมโกรธที่ระบบนิเวศข้อมูลของเราถูกปนเปื้อนจนแยกจริงจากปลอมแทบไม่ได้ และผมโกรธที่แพลตฟอร์มอย่าง X แทบไม่ทำอะไรเลยกับปัญหานี้
ผมไม่ได้บอกว่า Bitcoin จะร่วงไปที่ 50,000 ดอลลาร์แน่นอน ผมไม่ได้บอกว่าตลาดจะไม่ฟื้น ผมไม่มีลูกแก้ววิเศษ สิ่งที่ผมกำลังบอกคือ: ถ้าเหตุผลเดียวที่คุณ bullish คือ “ดูจาก X แล้วทุกคน bullish” คุณกำลังยืนอยู่บนพื้นที่ไม่มีจริง คุณกำลังตัดสินใจทางการเงินบนพื้นฐานของภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นโดยสคริปต์ Python สักตัว
Fear & Greed อยู่ที่ 7 นั่นบอกว่าคนจริง ๆ ในตลาดกำลังกลัว ETF มีเงินไหลออกต่อเนื่อง นั่นบอกว่าสถาบันจริง ๆ กำลังถอยออก 50% ของ BTC supply อยู่ใต้น้ำ นั่นบอกว่าคนที่ซื้อมาครึ่งหนึ่งกำลังขาดทุน ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าต้องขายหมด แต่มันหมายความว่าคุณต้องรู้ว่าคุณกำลังเผชิญอะไร ไม่ใช่หลับตาเดินตามบอท
ในฐานะคนที่อยู่ในวงการนี้มาหลายปี ผมเชื่อว่า Bitcoin และคริปโตมีอนาคต แต่อนาคตนั้นจะเป็นของคนที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น แยกแยะข้อมูลเป็น ไม่ใช่ของคนที่กด follow บัญชีที่อ้างว่า “สัญญาณแม่นยำ 95%” แล้วกดซื้อตามโดยไม่คิด
ครั้งหน้าที่คุณเปิด X แล้วเห็นว่า “ทุกคน bullish” ลองถามตัวเองว่า: “ทุกคน” ที่ว่านี่ เป็นคนจริงสักกี่เปอร์เซ็นต์? คำตอบอาจทำให้คุณตัดสินใจต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

