สรุปข่าว
- ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมใช้กรอบกฎหมายใหม่เพื่อเก็บภาษีนำเข้า หลังแพ้คดีศาลสูงสุดสหรัฐ
- การเปลี่ยนวิธีการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรัมป์ที่จะดำเนินนโยบายสงครามการค้าต่อไป แม้จะเผชิญอุปสรรคทางกฎหมาย
- Polymarket แสดงโอกาส 29% ที่ศาลอาจสั่งให้ทรัมป์คืนเงินภาษีนำเข้า สร้างความไม่แน่นอนต่อตลาดการเงิน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ทรัมป์ยังคงแสวงหาวิธีการใหม่ในการเก็บภาษีนำเข้าแม้จะแพ้คดีในศาลสูงสุด สร้างความไม่แน่นอนทางนโยบายและเพิ่มความเสี่ยงต่อสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี นักลงทุนอาจชะลอการลงทุนจนกว่าจะเห็นความชัดเจนทางนโยบาย
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศแผนใช้กรอบกฎหมายใหม่ในการเก็บภาษีนำเข้า หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐตัดสินให้รัฐบาลแพ้คดีเกี่ยวกับอำนาจการเก็บภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมายเดิม ตามรายงานจาก Crypto Rover การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของทรัมป์ที่จะดำเนินนโยบายภาษีนำเข้าต่อไป แม้จะเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมาย ขณะที่ Cointelegraph รายงานว่า Polymarket แสดงโอกาส 29% ที่ศาลอาจสั่งให้ทรัมป์คืนเงินภาษีนำเข้า สร้างความกังวลต่อตลาดการเงินและคริปโตเคอร์เรนซี
บริบทความขัดแย้งทางกฎหมายยืดเยื้อ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทรัมป์ตอบโต้ศาลสูงสุดฯ เตรียมใช้ภาษีนำเข้ารอบใหม่ ตลาดคริปโตเสี่ยงผันผวน โดยทรัมป์ได้แสดงจุดยืนที่จะไม่ยอมถอยในนโยบายการค้าของเขา การประกาศใช้กรอบกฎหมายใหม่ในครั้งนี้เป็นการยืนยันท่าทีดังกล่าว
ความขัดแย้งทางกฎหมายที่ยืดเยื้อนี้สร้างความไม่แน่นอนต่อนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกับประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีน แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและสภาพคล่องในตลาดการเงิน การที่ทรัมป์แสวงหาช่องทางทางกฎหมายใหม่แทนที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินศาล ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนและอาจนำไปสู่การท้าทายทางกฎหมายเพิ่มเติมในอนาคต
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางนโยบายครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความอ่อนไหวต่อความเชื่อมั่นของตลาด เมื่อนักลงทุนเผชิญกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าระดับโลก มักจะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเคลื่อนย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินสด
นอกจากนี้ การที่ Polymarket แสดงโอกาส 29% ที่ทรัมป์อาจต้องคืนเงินภาษีนำเข้า หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลกระทบทางการเงินมหาศาลต่อรัฐบาลสหรัฐฯ และอาจนำไปสู่ความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งตลาดคริปโตมักจะเป็นหนึ่งในตลาดแรกที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยการขายทิ้งหรือการผันผวนสูง นักลงทุนคริปโตควรติดตามพัฒนาการของเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อแนวโน้มตลาดในระยะสั้นถึงกลาง
จุดจับตาต่อจากนี้
นักวิเคราะห์ตลาดกำลังจับตาว่าทรัมป์จะใช้กรอบกฎหมายใดเป็นพื้นฐานในการเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ และจะมีการท้าทายทางกฎหมายตามมาหรือไม่ หากทรัมป์สามารถหาช่องทางทางกฎหมายที่ยั่งยืนได้ อาจหนุนความเชื่อมั่นในตลาดบ้าง แต่หากยังคงมีการท้าทายและความไม่แน่นอนต่อเนื่อง อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีต่อไป
ตลาด Polymarket และตลาดพนันการเมืองอื่น ๆ จะเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อผลลัพธ์ทางกฎหมาย หากความน่าจะเป็นที่ทรัมป์ต้องคืนเงินภาษีนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น อาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นในตลาดคริปโต ขณะเดียวกันนักลงทุนควรติดตามปฏิกิริยาของประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ ที่อาจมีมาตรการตอบโต้ ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของตลาดการเงินโลกและตลาดคริปโตในวงกว้าง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าสถานการณ์นี้เป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับตลาดคริปโตในระยะสั้น การที่ทรัมป์ยังคงดันทุรังนโยบายภาษีนำเข้าแม้จะเผชิญกับคำตัดสินของศาลสูงสุด แสดงให้เห็นว่าความไม่แน่นอนทางนโยบายจะยืดเยื้อไปอีกนาน และนี่คือสิ่งที่ตลาดการเงินโดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตไม่ชอบที่สุด ผู้เขียนคิดว่าตลาดอาจเห็นแรงกดดันต่อเนื่องจนกว่าจะมีความชัดเจนว่ากรอบกฎหมายใหม่ของทรัมป์จะยั่งยืนหรือไม่ สำหรับนักลงทุน ควรเตรียมรับมือกับความผันผวนสูงและอาจพิจารณาลดพอร์ตเสี่ยงลงชั่วคราว แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนักขายทิ้งทั้งหมด เพราะถ้ามองในระยะยาว ตลาดคริปโตมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอยู่ สิ่งที่ต้องจับตาคือพัฒนาการทางกฎหมายในสัปดาห์หน้า และปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมักจะส่งสัญญาณนำหน้าตลาดคริปโต

