ทำไม Bitcoin ร่วงหนัก? สหรัฐฯ เมินศาลสูงสุด ลุยเก็บภาษีทรัมป์ต่อ จุดชนวนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะพิพากษาชี้ขาดว่ากำแพงภาษีของทรัมป์ “ผิดกฎหมาย” แต่หัวหน้านักเจรจาการค้ายืนยันเสียงแข็งว่า นโยบายรีดภาษีจะยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อรักษาอำนาจต่อรอง
  • เมื่อใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉิน IEEPA ปี 1977 ไม่ได้ ทรัมป์ก็แก้เกมทันควันด้วยการงัด “มาตรา 122” ของกฎหมายการค้าปี 1974 มาใช้แทน พร้อมประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ทันที
  • รัฐบาลปัดความรับผิดชอบเรื่องการขอคืนภาษีให้เป็นหน้าที่ของศาลการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายค้านและผู้ว่าฯ แคลิฟอร์เนียจวกยับว่าทรัมป์ทำตัวเหมือน “นักมวยเมาหมัด” ที่กำลังพังเศรษฐกิจประเทศตัวเอง

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

เจมีสัน กรีเออร์ หัวหน้านักเจรจาการค้าสหรัฐฯ ยืนยันเดินหน้านโยบายกำแพงภาษีต่อไปแม้ศาลสูงสุดจะตัดสินว่าผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลทรัมป์ได้แก้เกมพลิกแพลงไปใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% แทน พร้อมโยนภาระเรื่องการพิจารณาคืนเงินภาษีของภาคธุรกิจให้กับศาลการค้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย

สภาวะความตึงเครียดทางการค้าโลกยังคงคุกรุ่นอย่างหนัก ล่าสุดรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมถอยจากนโยบายกำแพงภาษี แม้เพิ่งจะถูกศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ตบหน้าด้วยคำพิพากษาชี้ขาดว่ามาตรการภาษีหลายรายการนั้น “ผิดกฎหมาย” ก็ตาม 

แจมีสัน กรีเออร์ หัวหน้านักเจรจาการค้าของสหรัฐฯ ตอกย้ำจุดยืนอันแข็งกร้าวว่า “นโยบายไม่เคยเปลี่ยน แค่เปลี่ยนเครื่องมือทางกฎหมาย” เมื่อศาลสูงสุดชี้ชัดว่าการใช้กฎหมายฉุกเฉิน (IEEPA) มาเก็บภาษีในยามสงบเป็นเรื่องผิด 

ฝั่งรัฐบาลทรัมป์ก็แก้เกมในชั่วข้ามคืน ด้วยการงัดมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 มาสวมรอยแทน พร้อมประกาศฟาดกำแพงภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ทันที โดยไม่สนว่าผลโพลกว่า 64% ของชาวอเมริกันจะคัดค้าน และยังคงบีบให้พันธมิตรอย่างยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ต้องก้มหัวรับข้อตกลงเดิมต่อไป

ความดื้อดึงนี้กำลังสร้างความบอบช้ำอย่างหนัก แม้คำตัดสินของศาลจะเปรียบเสมือนการต่อลมหายใจให้กับธุรกิจ SME หลายพันแห่ง ที่ต้องทนแบกรับการจ่ายภาษีล่วงหน้าจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่การสับขาหลอกทางกฎหมายของรัฐบาล กลับทำให้ความหวังที่จะได้เงินภาษีคืน ต้องถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย 

ท่าทีอันแข็งกร้าว จุดชนวนความโกรธแค้นให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง เกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย จวกพฤติกรรมของทรัมป์ว่าไม่ต่างอะไรกับ “นักมวยเมาหมัด” ที่กำลังชกแบบมั่วๆ และกำลังใช้ลูกตุ้มเหล็กทุบทำลายเศรษฐกิจอเมริกาจนแหลกลาญ ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้เพียงตัวเลขการเติบโต (GDP) ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และวิกฤตเงินเฟ้อที่พุ่งกลับมาหลอกหลอนประชาชนอีกครั้ง

ท้ายที่สุดแล้ว การท้าทายอำนาจศาลและดึงดันทำสงครามการค้าต่อไป ไม่ใช่แค่การแสดงอำนาจบนเวทีโลก แต่มันคือการผลักภาระต้นทุนอันหนักอึ้งทั้งหมดไปบดขยี้ผู้บริโภค และยัดเยียดฝันร้ายของสภาวะของแพง-เงินฝืด ให้เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญต่อไปอย่างไร้จุดจบ


มุมมองผู้เขียน: ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่ภาคธุรกิจ แต่มันได้ลุกลามมายังตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งโลกรวมทั้ง Bitcoin แล้ว ซึ่งเราจะเห็นได้จากราคา BTC ที่ร่วงลงอย่างหนักเช้าวันนี้

ที่มา:theguardian