สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงแตะ $64,111 ล้างพอร์ตฝั่ง Long ไปกว่า 240 ล้านดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังคงประคองตัวอยู่ในกรอบสะสมพลัง $65,000 – $71,000
- อัตรา Funding Rate พลิกกลับมาติดลบ ผสานกับ Bollinger Bands ที่บีบตัวแคบสุดๆ สะท้อนสภาวะตลาดที่พร้อมจะเกิด “Short Squeeze” ลากราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
- ข้อมูลสภาพคล่องชี้ว่า มีโพสิชั่นฝั่ง Short มูลค่ามหาศาลกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ กองรออยู่ที่ระดับ $70,000 ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายต่อไปของเจ้ามือ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ราคา Bitcoin (BTC) ย่อตัวแตะ $64,111 แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าเป็นการสลัดรายย่อยทิ้ง ขณะที่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ส่งสัญญาณเตรียมเกิด “Short Squeeze” ครั้งใหญ่เพื่อลากราคาขึ้น จากอัตรา Funding Rate ที่พลิกมาติดลบ และสภาพคล่องฝั่ง Short มูลค่าสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ที่กระจุกตัวอยู่บริเวณ $70,000 สอดคล้องกับสัญญาณเทคนิคอย่าง Bollinger Bands ที่บีบตัวแคบและ RSI Bullish Divergence
ราคา Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแตะ $64,111 ในช่วงตลาดสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) ทำสถิติต่ำสุดในรอบสัปดาห์ ทว่าภาพรวมราคายังคงแกว่งตัวในกรอบ $65,000 – $71,000 ที่ดำเนินมาตลอด 3 สัปดาห์ โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นเพียงการสลัดรายย่อยทิ้งก่อนขึ้นต่อ
ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ชี้ชัดว่า แรงเทขายเริ่มแผ่วลง ในขณะที่อัตรา Funding Rate ที่พลิกกลับมาติดลบและสภาพคล่องมหาศาลที่กระจุกตัวอยู่โซนด้านบน กำลังสร้างสภาวะที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเกิด “Short Squeeze” ครั้งใหญ่ ซึ่งอาจกระชากราคาให้พุ่งทะลุ $70,000 เร็วๆ นี้

เป้าหมายต่อไป: สภาพคล่องฝั่งขาขึ้น
การร่วงลงของราคารอบนี้ ได้ทำหน้าที่ “กวาดสภาพคล่อง” ในโซน $64,000 ไปจนเกลี้ยง และล้างพอร์ตฝั่ง Long ไปกว่า 240 ล้านดอลลาร์
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ข้อมูลสภาพคล่องปัจจุบันเผยให้เห็นความไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยมีโพสิชั่น Long เพียง 1 พันล้านดอลลาร์ ที่เสี่ยงถูกล้างพอร์ตที่ระดับ $63,000 สวนทางกับฝั่ง Short ที่มีมูลค่าสูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ กองรออยู่ที่ระดับ $70,000 ซึ่งทำให้เกิด “แม่เหล็กดึงดูดราคา” ขนาดใหญ่ในฝั่งขาขึ้น

ขณะเดียวกัน Open Interest ที่เริ่มทรงตัวบริเวณจุดต่ำสุดระยะสั้น บ่งบอกว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังรอดูสถานการณ์และยังไม่ได้เปิดโพสิชั่นใหม่เพิ่มหลังจากเกิดการปรับฐาน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ อัตรา Funding Rate บนกราฟ 4 ชั่วโมงที่เปลี่ยนเป็น “ค่าติดลบ” บ่งบอกว่าฝั่ง Short กำลังเสียเปรียบและต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ฝั่ง Long ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังประเมินตลาดในแง่ลบมากเกินไป

นอกจากนี้ อินดิเคเตอร์ Bollinger Bands ยังบีบตัวแคบลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว นี่คือสัญญาณเตือนว่าความผันผวนกำลังสะสมพลังเพื่อเตรียมระเบิดไปสู่ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
Lennaert Snyder เทรดเดอร์ชื่อดังมองว่า หาก BTC กลับไปยืนเหนือ $67,751 ได้ จะเป็นการเปิดทางให้ขาขึ้นวิ่งไปสู่เป้าหมาย $76,971 แต่หากไม่ผ่าน ก็อาจเผชิญแรงขายกดดันให้กลับมาทดสอบแนวรับล่างอีกครั้ง
ราคามีโอกาสลงไปทดสอบ $63,000 ก่อนฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม กราฟ 1 ชั่วโมงแสดงให้เห็น Order Block ที่ระดับ $63,000 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่รายใหญ่เคยเข้ามาสะสมของ การทิ้งไส้เทียนลงมาทดสอบโซนนี้เพื่อกวาดสภาพคล่องฝั่ง Long ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ หากแรงซื้อยังแข็งแกร่งพอ ก็จะเป็นปัจจัยหนุนชั้นดีที่ดันราคาให้ดีดตัวกลับไปทดสอบกลุ่มแนวต้าน $70,000

การเดินทางไปสู่ $70,000 อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กราฟ 1 ชั่วโมงเผยให้เห็นโซน “Order Block” บริเวณ $63,000 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สถาบันหรือรายใหญ่เคยเข้ามาตั้งรับ หากตลาดเลือกที่จะทุบลงไปเคลียร์สภาพคล่องฝั่ง Long ก๊อกสุดท้ายที่โซนนี้ แล้วมีแรงซื้อสวนกลับทันที ก็จะถือเป็นการสะสมแรงส่งราคาชั้นดี
สอดคล้องกับมุมมองของ Christopher Inks ผู้ก่อตั้ง TexasWest Capital ที่ชี้ให้เห็นถึงการก่อตัวของสัญญาณ Bullish Divergence บน RSI กราฟรายวัน ประกอบกับวอลุ่มซื้อขายที่เพิ่มขึ้นและไส้เทียนที่ทิ้งตัวทดสอบแนวรับ
หากราคาปิดแท่งเทียนวันในแดนบวกและรักษาฐานที่เพิ่งทวงคืนมาได้ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำสัญญาณเชิงบวกและเพิ่มน้ำหนักให้กับการขึ้นไปทดสอบกรอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง

บทความนี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในโลกคริปโทฯ การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
มุมมองผู้เขียน: ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ ทั้งฟิวเจอร์สและออปชั่น ถือเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมและทิศทางของเม็ดเงินในตลาดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การนำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาประกอบการวิเคราะห์ เช่นเดียวกับการประเมินอัตรา Funding Rate และโซน Order Block ดังที่บทความนี้นำเสนอ ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่า Technical Analysis หรือข้อมูล On-chain

