สรุปข่าว
- รัสเซียออกมาอ้างว่าสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังเตรียมส่งอาวุธนิวเคลียร์ให้ยูเครน ซึ่งเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่
- ข้อกล่าวหานี้ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายตะวันตก นักวิเคราะห์มองว่าน่าจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือการแสดงท่าทีข่มขู่มากกว่าข้อเท็จจริง
- สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับนี้มักกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงคริปโต โดยเฉพาะในระยะสั้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวการยกระดับความตึงเครียดทางนิวเคลียร์มักทำให้นักลงทุนระมัดระวังและหนีไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ แทน แม้ว่าข้อกล่าวหานี้ของรัสเซียยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็สร้างบรรยากาศความไม่แน่นอนที่กดดันตลาดคริปโตในระยะสั้นได้ โดยเฉพาะเมื่อตลาดโดยรวมอยู่ในช่วงที่อ่อนไหวจากปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกัน
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 รัสเซียออกมากล่าวอ้างว่าสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสกำลังเตรียมการส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้แก่ยูเครน ซึ่งถือเป็นการยกระดับวาทกรรมทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญในสงครามที่ดำเนินมายาวนาน โดย Crypto Rover รายงานข่าวนี้ผ่านทาง X พร้อมระบุว่าเป็นเหตุการณ์เร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่มีการยืนยันจากรัฐบาลอังกฤษหรือฝรั่งเศสแต่อย่างใด นักวิเคราะห์หลายรายมองว่านี่น่าจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อหรือการแสดงท่าทีข่มขู่ฝ่ายตะวันตกมากกว่าจะสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง

ข้อกล่าวหาของรัสเซียน่าเชื่อถือแค่ไหน
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับข่าวนี้คือ นี่คือ “การอ้าง” ฝ่ายเดียวจากรัสเซีย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียมักใช้วาทกรรมเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือกดดันทางการทูตและสร้างความหวาดกลัวในประชาคมโลก กรณีการยกระดับสงครามยูเครนก็ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะในช่วงที่สนามรบเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเพียงข้อกล่าวหา แต่ในตลาดการเงิน ความไม่แน่นอนและการรับรู้ความเสี่ยงมีน้ำหนักพอกันกับข้อเท็จจริง ตลาดมักตอบสนองต่อ “ความกลัว” ก่อนที่จะรอการยืนยัน ซึ่งทำให้ข่าวนี้มีผลกระทบต่อตลาดได้แม้จะยังไม่ผ่านการพิสูจน์
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับนี้มักส่งผลให้นักลงทุนเคลื่อนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น ตลาดคริปโตซึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงมักได้รับแรงขายก่อนเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่แน่นอนระดับโลก ทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯ มักเป็นจุดหมายปลายทางของเงินที่หนีออกมาแทน
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดโดยรวมกำลังเผชิญปัจจัยกดดันหลายด้านพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงกว่า 600 จุด จากความกังวลเรื่องสงครามการค้า และ ดัชนี Dow, S&P 500 และ Nasdaq 100 ต่างก็ร่วงลงกว่า 1% แล้วในช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทรัมป์เตือนอิหร่านถึงผลลัพธ์รุนแรงหากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ล้มเหลว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์เข้าไปอีก การที่รัสเซียออกมาอ้างเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงเวลาเช่นนี้จึงยิ่งทำให้บรรยากาศความเสี่ยงหนักขึ้น
Bitcoin และสินทรัพย์คริปโตอื่น ๆ มีประวัติแสดงพฤติกรรมไม่แน่นอนในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ บางครั้งร่วงลงตามตลาดหุ้น บางครั้งกลับพุ่งขึ้นเพราะนักลงทุนบางส่วนมองว่าคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับระบบการเงินรัฐบาล แต่ในภาวะความกลัวระดับสูงเช่นนี้ แรงขายมักมาก่อนเสมอ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะรัสเซียมีประวัติใช้วาทกรรมนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือกดดันฝ่ายตะวันตกมาแล้วหลายครั้งโดยที่ไม่ได้ดำเนินการจริง จนกว่าจะมีการยืนยันจากฝั่งอังกฤษหรือฝรั่งเศส ข้อกล่าวหานี้ควรจะถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว แต่ในทางตลาด ความกลัวมักมีผลก่อนความจริง สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือการตอบสนองอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศส รวมถึงการประชุม NATO หากมีในเร็ว ๆ นี้ ถ้าฝ่ายตะวันตกยืนยันหรือปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ออกมา ตลาดน่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นตามนั้น

