ระวังตัวไว้! ทรัมป์ขู่ฟันภาษีโหดกว่าเดิม ดัดหลังประเทศหัวหมอคิดล้มดีลการค้า

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ประเทศคู่ค้าห้ามใช้ข้ออ้างเรื่องศาลสูงสุดคว่ำกำแพงภาษีมาล้มข้อตกลงการค้า มิเช่นนั้นจะเจอภาษีที่โหดกว่าเดิมภายใต้กฎหมายอื่น
  • สหภาพยุโรปเบรกการลงมติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ทันที หลังทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราว 15% ครอบคลุมทั่วโลก (มาตรา 122)
  • ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เล็งใช้มาตรา 301 เพื่อเปิดการสอบสวนและเตรียมตั้งกำแพงภาษีระลอกใหม่ ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวร่วงลงรับความไม่แน่นอนนี้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

สถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ คือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของตลาดทุน การที่ผู้นำชาติมหาอำนาจพร้อมฉีกกฎและหาช่องโหว่ทางกฎหมายมาตั้งกำแพงภาษีตลอดเวลา ทำให้ภาคธุรกิจไม่กล้าวางแผนระยะยาว เม็ดเงินลงทุนจึงมีแนวโน้มไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล จนกว่าความชัดเจนด้านนโยบายการค้าโลกจะกลับมาอีกครั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกโรงเตือนประเทศคู่ค้าอย่างดุเดือดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยขู่ว่าจะงัดมาตรการกำแพงภาษีที่หนักหน่วงกว่าเดิมมาใช้จัดการกับประเทศที่คิดจะ “เล่นแง่” หรือยกเลิกข้อตกลงการค้าที่เพิ่งเจรจากันไป หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ เพิ่งมีคำพิพากษาตีตกกฎหมายกำแพงภาษีฉุกเฉินของเขาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมแย้มว่าอาจมีการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต” เพิ่มเติม ซึ่งความไม่แน่นอนของสงครามการค้ารอบใหม่นี้ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับเศรษฐกิจโลกและฉุดตลาดหุ้นให้ร่วงลงทันที

ประกาศกร้าว “ระวังตัวไว้ให้ดี!”

ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social อย่างเกรี้ยวกราดว่า “ประเทศไหนก็ตามที่คิดจะ ‘เล่นแง่’ โดยอาศัยคำตัดสินที่น่าขันของศาลสูงสุด โดยเฉพาะพวกที่ ‘สูบเลือดสูบเนื้อ’ สหรัฐฯ มาเป็นปี ๆ หรือหลายทศวรรษ จะต้องเจอกับกำแพงภาษีที่สูงกว่า และเลวร้ายกว่าที่พวกเขากำลังจะตกลงกันเสียอีก… ผู้ซื้อจงระวังไว้ให้ดี!!! (BUYER BEWARE!!!)”

แม้ศาลจะชี้ว่าการใช้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อเก็บภาษีนั้นผิดกฎหมาย แต่ทรัมป์กลับมองว่าคำตัดสินนี้ยิ่งเป็นการรับรองอำนาจของเขาในการใช้กฎหมายฉบับอื่นมาตั้งกำแพงภาษีในรูปแบบที่ “ทรงพลังและน่ารังเกียจมากกว่าเดิม” แถมยังมีความชอบธรรมทางกฎหมายที่รัดกุมกว่าภาษีชุดแรกเสียอีก นอกจากนี้ เขายังทิ้งท้ายเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใหม่กับประเทศคู่ค้า แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจน

ตลาดหุ้นป่วนหนัก-ยุโรปเบรกดีลการค้า

คำขู่ของทรัมป์ไม่ได้เป็นแค่สายลมลอยผ่าน เพราะล่าสุด รัฐสภายุโรป (European Parliament) ได้ตัดสินใจเลื่อนการลงมติรับรองข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ออกไปทันที หลังจากที่ทรัมป์ประกาศใช้ภาษีนำเข้าชั่วคราวอัตรา 15% กับทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งภาษีใหม่นี้ถูกสั่งการภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 โดยทรัมป์เพิ่งประกาศปรับเพิ่มอัตราจาก 10% เป็นอัตราสูงสุดที่ 15% เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ในวันอังคารนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หน่วยงานศุลกากร (CBP) จะหยุดเก็บภาษี IEEPA เดิมที่ผิดกฎหมายพอดี

ความผันผวนและคาดเดาไม่ได้นี้ ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ดัชนีหลักในวอลล์สตรีทต่างร่วงลงระนาวในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ โดย Dow Jones ร่วงลง 1.34%, S&P 500 ลบ 0.65% และ Nasdaq ลดลง 0.65% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนค่าลง 0.2%

งัดมาตรา 301 เตรียมเปิดศึกรอบใหม่

อนาคตของข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศที่ทรัมป์เคยทำไว้กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย จีนได้ออกเรียกร้องให้วอชิงตันยกเลิกมาตรการภาษี ขณะที่อินเดียก็สั่งชะลอการเจรจาที่วางแผนไว้ออกไป ทางด้าน เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่า รัฐบาลทรัมป์เตรียมที่จะเปิดการสืบสวนตามมาตรา 301 (Section 301) ว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับอีกหลายประเทศ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญทางกฎหมายที่จะเบิกทางไปสู่การขู่เก็บภาษีระลอกใหม่ได้

ในช่วงท้ายของข้อความ ทรัมป์ยังไม่วายหันไปโจมตีกลุ่มผู้พิพากษาศาลสูงสุดที่ลงมติสวนทางกับเขา (ซึ่ง 2 ในนั้นเป็นคนที่เขาแต่งตั้งเองกับมือในสมัยแรก) รวมถึง จอห์น โรเบิร์ตส์ หัวหน้าคณะตุลาการสายอนุรักษ์นิยม ผู้เขียนคำวินิจฉัยตอกย้ำอำนาจศาลในการตรวจสอบอำนาจของประธานาธิบดี นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความกังวลว่าศาลสูงสุดอาจเตรียมขัดขวางนโยบายตัดสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด (Birthright Citizenship) ของเขาในคำตัดสินคดีที่กำลังจะมาถึงนี้อีกด้วย

ที่มา: reuter


เกมการเมืองและนโยบายการค้าของทรัมป์ในรอบนี้ดุดันและคาดเดายากกว่าเดิม การที่ศาลสูงสุดตีตกภาษี IEEPA ไม่ได้ทำให้เขายอมถอย แต่กลับทำให้เขางัด “อาวุธหนัก” ชิ้นอื่นอย่างมาตรา 122 และ 301 มาใช้แทนแบบทันควัน นี่คือการส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลกว่า สหรัฐฯ ในยุคของทรัมป์พร้อมที่จะใช้การข่มขู่ทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือหลักในการต่อรอง สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาแห่งความผันผวนขีดสุด เพราะเพียงแค่โพสต์เดียวบนโซเชียลมีเดียของทรัมป์ ก็สามารถล้มกระดานข้อตกลงการค้าระดับทวีปและฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกให้แดงเถือกได้ในพริบตา