สรุปข่าว
- ประธานาธิบดีทรัมป์เตือนอิหร่านว่า หากเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ล้มเหลว จะสร้าง “วันที่เลวร้ายมาก” ให้กับประเทศ
- คำเตือนนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ เพิ่งยอมรับให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียม สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ตลาดการเงินโลกและคริปโตอาจเผชิญแรงกดดันแบบ risk-off หากสถานการณ์บานปลาย
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การเตือนจากทรัมป์ที่รุนแรงขึ้นต่ออิหร่านสร้างความกังวลเรื่องความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจบานปลาย ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และตลาดคริปโตในระยะสั้น แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นปฏิบัติการทางทหาร แต่น้ำเสียงที่รุนแรงขึ้นก็เพียงพอที่จะกระตุ้นความระมัดระวังในตลาด
วันที่ 24 ก.พ. 2569 เวลา 05:02 น. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนอิหร่านอย่างเด็ดขาดว่า หากการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ล้มเหลว ประเทศนี้จะเผชิญกับ “วันที่เลวร้ายมาก” (very bad day) ตามรายงานจาก Crypto Rover คำเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ ยอมรับให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อได้ ซึ่งเคยถือเป็นสัญญาณบวกของการเจรจา แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าการเจรจาอาจติดขัดหรือมีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้น
จากสัญญาณบวกสู่คำเตือนรุนแรง ทรัมป์เปลี่ยนท่าที
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สหรัฐฯ ยอมให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมต่อได้ ซึ่งตอนนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดคาดหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจะคลี่คลาย แต่เพียงไม่กี่วันผ่านไป ทรัมป์กลับออกมาเตือนด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงกว่าเดิมมาก การใช้คำว่า “very bad day” ไม่ใช่แค่การขู่เปล่า แต่เป็นภาษาที่รัฐบาลสหรัฐฯ มักใช้ก่อนจะมีการปฏิบัติการทางทหารหรือมาตรการลงโทษที่รุนแรง
การพลิกท่าทีอย่างรวดเร็วนี้สร้างความสับสนให้กับตลาดการเงินโลก เพราะนักลงทุนเพิ่งจะผ่อนคลายลงจากความกังวลเรื่องตะวันออกกลางไปได้ไม่นาน ตอนนี้ต้องกลับมาจับตาสถานการณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะคำถามว่า อะไรทำให้ทรัมป์เปลี่ยนท่าที และการเจรจาติดขัดตรงไหน ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต แรงกดดันระยะสั้นเพิ่มขึ้น
สำหรับตลาดคริปโต คำเตือนของทรัมป์นี้มีผลกระทบในเชิงลบหลายมิติ ประการแรก มันเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ซึ่งมักทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำหรือดอลลาร์สหรัฐฯ และถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Altcoin ในระยะสั้น แม้ว่า Bitcoin จะถูกมองว่าเป็น “ทองคำดิจิทัล” แต่ในช่วงที่ตลาดเกิดความตื่นตระหนกแบบนี้ มันยังถูกมองเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่า
ประการที่สอง ถ้าสถานการณ์บานปลายไปถึงขั้นมีการโจมตีทางทหาร ตลาดคริปโตจะเผชิญแรงขายหนักแน่นอน เพราะในอดีตทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญในตะวันออกกลาย เช่น เมื่อสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในอิหร่าน Bitcoin ร่วงลงไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ทันที และตลาด Altcoin ร่วงตามไปอีก 10-15% ในวันเดียว
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นคำเตือน ยังไม่ถึงขั้นปฏิบัติการจริง นักลงทุนที่ถือครองระยะยาวอาจไม่ต้องตื่นตระหนกมากเกินไป แต่ควรจับตาข่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น
สัญญาณที่ต้องจับตาในวันข้างหน้า
นักลงทุนควรจับตาว่า ทรัมป์จะมีการออกมาชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ว่า คำเตือนนี้มีความหมายถึงขั้นไหน และอิหร่านจะตอบโต้อย่างไร นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เพิ่งร่วงลงไป 600 จุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังทรัมป์ประกาศเรื่องภาษี ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคริปโต ถ้าตลาดหุ้นยังร่วงต่อเนื่อง คริปโตก็มีแนวโน้มร่วงตามไปด้วย
อีกสัญญาณหนึ่งคือ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเรียล (rial) ของอิหร่าน ซึ่งเคยร่วงลงจนมีค่าเท่ากับศูนย์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถ้าสถานการณ์บานปลาย ประชาชนอิหร่านอาจหันมาใช้ Bitcoin หรือ Stablecoin มากขึ้นเพื่อหลบหนีจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน ซึ่งในระยะยาวอาจสร้างแรงซื้อให้กับตลาดคริปโต แต่ในระยะสั้น ผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะมีน้ำหนักมากกว่า
ส่วนตัวผมมองว่า คำเตือนของทรัมป์ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน เพราะมันมาหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งยอมประนีประนอมไปแล้ว การพลิกกลับมาเตือนแบบนี้อย่างรวดเร็ว อาจหมายความว่า อิหร่านทำอะไรที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พอใจมาก หรือมีข้อมูลข่าวกรองใหม่ที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป สำหรับนักลงทุนคริปโต ผมแนะนำให้ระวังในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ถ้าข่าวบานปลายหรือมีการโจมตีทางทหาร Bitcoin อาจร่วงลงไปทดสอบแนวรับที่ 95,000-98,000 ดอลลาร์ได้ แต่ถ้าสถานการณ์คลี่คลายหรือกลับมาเจรจากันได้ ตลาดก็จะฟื้นตัวเร็วเหมือนเดิม จุดสำคัญคือ อย่าตัดสินใจอะไรเพราะอารมณ์ ให้รอดูปฏิกิริยาของตลาดในรอบ 24-48 ชั่วโมงข้างหน้าก่อน

