สรุปข่าว
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB Consumer Confidence) สหรัฐฯ เดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ 91.2 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 87.4 และดีขึ้นจากค่าก่อนหน้าที่ 84.5
- ตัวเลขที่แข็งแกร่งสะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังมีเสถียรภาพ ลดความกังวลเรื่อง recession ในระยะสั้น แต่อาจทำให้ Fed เลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป
- BTC ซื้อขายอยู่ที่ $63,425 (ลดลง 3.78% ใน 24 ชั่วโมง) และ ETH อยู่ที่ $1,833.9 (ลดลง 3.62%) จับตาว่าแรงขายจะพักตัวหรือไม่หลังตัวเลขนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สูงกว่าคาดส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีเสถียรภาพ ความกังวลเรื่อง recession ลดลง นักลงทุนจึงยังพร้อมถือสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตต่อไป แม้จะเป็นผลบวกแบบจำกัดเพราะเศรษฐกิจแข็งแกร่งอาจทำให้ Fed ไม่รีบลดดอกเบี้ย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB Consumer Confidence) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ออกมาที่ระดับ 91.2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 87.4 และดีขึ้นอย่างชัดเจนจากค่าเดือนก่อนหน้าที่ 84.5 ถือเป็นสัญญาณที่ตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิด
สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย ดัชนี CB Consumer Confidence คือตัวชี้วัดที่สำรวจความรู้สึกของผู้บริโภคชาวอเมริกันว่ามองสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร ถ้าตัวเลขสูง แปลว่าคนอเมริกันมั่นใจว่าจะมีงานทำและมีเงินใช้จ่าย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบริโภคและสุขภาพเศรษฐกิจโดยรวม ตัวเลขนี้จึงเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นำมาประกอบการพิจารณานโยบายดอกเบี้ยด้วย
ตัวเลขดีขึ้นต่อเนื่อง สัญญาณอะไรต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ถ้ามองแนวโน้ม ตัวเลขพุ่งขึ้นจาก 84.5 ในเดือนก่อน มาอยู่ที่ 91.2 ในเดือนนี้ นั่นคือการปรับตัวขึ้นถึง 6.7 จุดในเดือนเดียว และยังเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 87.4 ไปอีก 3.8 จุด ซึ่งถือว่าเป็น Upside Surprise ที่ค่อนข้างแรง สะท้อนว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันยังมีความมั่นใจต่อตลาดแรงงานและกำลังซื้อของตัวเอง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีข่าวเรื่องความไม่แน่นอนทางนโยบายเศรษฐกิจอยู่บ้าง
ความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวแรงแบบนี้ลดโอกาสที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะ recession ในระยะใกล้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนคริปโตต้องคำนึงถึง เพราะถ้าเศรษฐกิจถดถอย ตลาดมักเข้าสู่โหมด risk-off และสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์และอีเธอเรียมจะถูกเทขายก่อนเป็นอันดับต้น
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต บวกแบบมีเงื่อนไข
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจกับราคาคริปโตไม่ได้ตรงไปตรงมาเสมอไป ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่สูงกว่าคาดในครั้งนี้ส่งผลบวกต่อคริปโต แต่เป็นแบบจำกัด เหตุผลหลักคือเศรษฐกิจที่ดูแข็งแกร่งลดความกังวลเรื่อง recession ทำให้นักลงทุนยังกล้าถือสินทรัพย์เสี่ยงต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเศรษฐกิจแข็งแกร่งเกินไป Fed ก็มีเหตุผลน้อยลงที่จะรีบลดดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติแล้วดอกเบี้ยต่ำคือปัจจัยที่หนุนราคาคริปโตในระยะยาว
ณ ขณะนี้ BTC ซื้อขายอยู่ที่ $63,425 ติดลบ 3.78% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ ETH อยู่ที่ $1,833.9 ติดลบ 3.62% แรงขายในช่วงนี้ยังคงมีอยู่ แต่ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาดีกว่าคาดอาจช่วยพยุงไม่ให้ราคาดิ่งหนักขึ้น เนื่องจากสัญญาณ recession ยังไม่เกิดขึ้น นักลงทุนที่ถือคริปโตอยู่จึงยังไม่มีเหตุผลชัดเจนที่จะตัดสินใจขายหนีในทันที
จับตาสิ่งที่ต้องดูต่อจากนี้
แม้ตัวเลขวันนี้จะออกมาดี แต่นักลงทุนคริปโตควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดถัดไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) และการจ้างงาน (NFP) ที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของ Fed โดยตรง ถ้าตัวเลขเหล่านั้นยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง โอกาสลดดอกเบี้ยในปีนี้อาจน้อยลง ซึ่งจะจำกัดแรงขับเคลื่อนของตลาดคริปโตในระยะกลาง
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขวันนี้เป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโตแบบ “โล่งใจ” มากกว่า “ตื่นเต้น” คือมันบอกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่พัง ซึ่งก็ดี เพราะถ้าพังเมื่อไหร่ BTC จะร่วงก่อนเพื่อน แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเลขที่แข็งเกินไปแบบนี้ก็ทำให้ Fed ไม่รีบลดดอกเบี้ย และผมก็ยังไม่เห็นสัญญาณว่าแรงซื้อใหม่จะเข้ามาในทันที
สำหรับคนที่ถืออยู่ตอนนี้ ผมแนะนำให้จับตาแนวรับของ BTC บริเวณ $62,000 ถ้าราคาหลุดลงไปอาจเห็นแรงขายเพิ่มขึ้นอีกรอบ แต่ถ้าราคาเริ่มทรงตัวแถวนี้ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังหาจุดสมดุลใหม่ก็เป็นได้ ยังไงก็อย่าลืมว่าข้อมูลเศรษฐกิจชุดเดียวไม่ได้บอกทิศทางได้ทั้งหมด ต้องดูภาพรวมประกอบกันเสมอครับ
📅 ผู้ที่สนใจดูปฏิทินเศรษฐกิจ สามารถดูได้ที่นี่

