ผ่าแผน ก.ล.ต. ไทย ปี 2026: เตรียมไฟเขียว Crypto Future – Crypto ETF – ลุย Baht Stablecoin 

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ก.ล.ต. เตรียมออกหลักเกณฑ์ Crypto ETF และบูรณาการสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ตลาดอนุพันธ์ เปิดทางให้เทรด Crypto Future ได้อย่างถูกกฎหมาย
  • ร่วมมือ ธปท. ทดสอบ Thai Baht Stablecoin ภายใต้ Sandbox สำหรับระบบเทรด 24 ชม. แบบ Atomic Swap ลดความเสี่ยงการชำระเงิน
  • พัฒนา Tokenization ครอบคลุม Bond Token และโทเคนหน่วยลงทุน พร้อมวางมาตรฐานให้เทรดข้ามแพลตฟอร์มได้ในอนาคต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

เส้นทางการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต. ในปีนี้ ถือเป็นแรงหนุนมหาศาลต่อระบบนิเวศคริปโทฯ ในประเทศไทย การยอมรับคริปโทฯ เป็น Asset Class และการเตรียมอนุญาตกองทุน Crypto ETF – ฟิวเจอรส์ จะดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มผู้เล่นตลาดหุ้นดั้งเดิมให้ไหลเข้ามาง่ายขึ้น สภาพคล่องในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระบบชำระเงินที่รันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น และมูลค่าโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยระยะยาว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เผยแพร่แผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยทิศทางที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดทุนไทยให้เชื่อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นทางการ โดยชู 3 ไฮไลต์สำคัญ ที่นักลงทุนคริปโทฯ และสายหุ้นไทยต้องจับตา 

Crypto ETF และ Crypto Future เตรียมเปิดให้เทรดได้

หน่วยงานกำกับดูแลกำลังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาออกหลักเกณฑ์สำหรับ Crypto ETF โดยมองว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเป็น Asset Class อีกประเภทหนึ่งที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนของพอร์ต

การลงทุน Crypto ETF คือ กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยนักลงทุนคนไทยสามารถซื้อได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ตัวเองใช้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปเปิดบัญชีที่เว็บเทรดคริปโทฯ แยกต่างหาก มีการกำกับดูแล เปิดเผยข้อมูล และบริหารความเสี่ยงแบบเดียวกับกองทุนรวมทั่วไป

การออกหลักเกณฑ์จะคำนึงถึงความเหมาะสมกับผู้ลงทุน และมีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอ ข้อดีคือ คนที่เคยกลัวว่าเว็บเทรดคริปโทฯไม่ปลอดภัย หรือไม่รู้วิธีเก็บ Wallet ก็สามารถลงทุนได้อย่างสบายใจ เพราะมีมาตรฐานเดียวกับตลาดทุนที่คุ้นเคย

ในแนวทางเดียวกัน หน่วยงานได้เสนอให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถใช้เป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้กฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป้าหมายคือ การผสานรวมตลาดคริปโทฯ เข้ากับระบบตลาดอนุพันธ์ที่มีมาตรฐานการกำกับดูแลแล้ว การเปิดให้เทรด Crypto Future ในตลาดที่ถูกกฎหมายจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงและการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย

Thai Baht Stablecoin กับระบบเทรด 24 ชั่วโมง

แผนยุทธศาสตร์เปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox ของ ก.ล.ต. กำลังร่วมมือกับโครงการ Programmable Payment Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทดสอบการใช้ Programmable Payment หรือแนวคิด Thai Baht Stablecoin สำหรับการทำธุรกรรมแบบ Atomic Swap

เทคโนโลยีนี้จะทำให้การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์และเงินเกิดขึ้นพร้อมกันทันที ลดความเสี่ยงด้านการชำระราคาที่อาจเกิดจากการที่ฝ่ายหนึ่งไม่ส่งมอบตามสัญญา ที่สำคัญคือระบบนี้จะเอื้อให้การซื้อขายสามารถดำเนินได้ตลอด 24 ชั่วโมง แทนที่จะถูกจำกัดด้วยเวลาทำการของระบบเดิม ถือเป็นการยกระดับโครงสร้างตลาดบ้านเราให้ทัดเทียมกับตลาดสากลโลกที่เปิดตลอดไม่มีวันหยุด

Bond Token และการเทรดข้ามแพลตฟอร์ม

ในฝั่งของการพัฒนา Tokenization ก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียง Investment Token ที่ทางหน่วยงานอนุมัติไปแล้วเท่านั้น แต่จะปูทางสู่การทดสอบ Bond Token หรือหุ้นกู้ในรูปโทเคน รวมถึงโทเคนหน่วยลงทุน ผ่าน Regulatory Sandbox เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้งานจริงในตลาดทุน

แนวคิดคือ การนำผลิตภัณฑ์ที่ผู้ลงทุนคุ้นเคยอยู่แล้วมาวางบนโครงสร้างเทคโนโลยีดิจิทัล โดยไม่จำเป็นต้องแยกตลาดออกเป็นระบบเฉพาะคู่ขนาน อีกองค์ประกอบที่ถูกวางไว้ควบคู่กันคือการสร้างมาตรฐานเพื่อรองรับการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์มในอนาคต ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้สามารถเชื่อมโยงกับโครงสร้างตลาดทุนได้อย่างยั่งยืน

หมายความว่า นักลงทุนอาจซื้อโทเคนจากแพลตฟอร์มหนึ่ง แล้วไปขายที่อีกแพลตฟอร์มได้โดยไม่ต้องถอนมาโอนไปโอนมา นี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้ตลาดมีสภาพคล่องและประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก

ผลักดัน Tokenized Carbon Credit เพื่อเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ในมิติของความยั่งยืน หน่วยงานกำกับดูแลสนับสนุนทั้งการพัฒนา Tokenized Carbon Credit และการผลักดันให้คาร์บอนเครดิตสามารถซื้อขายได้ทั้งในตลาดฟิวเจอร์สและตลาดสปอต พร้อมทั้งเตรียมสร้างมาตรฐานการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์ม (Cross-platform trading) ผ่านความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคต เพื่อทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีสภาพคล่องและเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ


มุมมองผู้เขียน : การที่ ก.ล.ต. กล้าเปิดพื้นที่ให้นวัตกรรม และพยายามลบข้อจำกัดเรื่องเวลาทำการธนาคารออกไป จะทำให้ไทยกลายเป็นฮับของสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าดึงดูดมากในภูมิภาค ซึ่งการนำกองทุนและหุ้นกู้มาอยู่บนเชนจะช่วยลดต้นทุนมหาศาลและเพิ่มการเข้าถึงให้นักลงทุนรายย่อยได้ดีขึ้น