สรุปข่าว
- Coinbase ประกาศเปิดบริการเทรดหุ้นสหรัฐฯ แบบ 24/5 โดยไม่คิดค่าคอมมิชชัน สำหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ในสหรัฐฯ
- รองรับการซื้อหุ้นแบบเศษส่วน (fractional shares) เริ่มต้นเพียง $1 พร้อมพอร์ตโฟลิโอรวมหุ้นและคริปโตในที่เดียว
- การขยายธุรกิจครั้งนี้ชี้ให้เห็นทิศทางของ Coinbase ที่มุ่งแข่งกับแพลตฟอร์มการลงทุนกระแสหลักอย่าง Robinhood โดยตรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Coinbase ขยายบริการเข้าสู่ตลาดหุ้นเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของแพลตฟอร์มและความน่าสนใจของหุ้น COIN รวมถึงดึงผู้ใช้ใหม่จากโลกการเงินแบบดั้งเดิมเข้าสู่ระบบนิเวศคริปโต แม้จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือ altcoin ในระยะสั้น แต่ระยะยาวช่วยสร้างสะพานเชื่อมระหว่างตลาดหุ้นกับตลาดคริปโตได้ดีขึ้น
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 Cointelegraph รายงานว่า Coinbase ประกาศเปิดตัวบริการเทรดหุ้นสหรัฐฯ แบบ 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ (24/5) โดยไม่คิดค่าคอมมิชชัน สำหรับผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในสหรัฐฯ ผู้ใช้สามารถซื้อหุ้นแบบเศษส่วน (fractional shares) ได้ตั้งแต่ $1 และจัดการพอร์ตโฟลิโอหุ้นและคริปโตรวมกันในแอปเดียว นับเป็นก้าวสำคัญของ Coinbase ในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มการลงทุนกระแสหลักอย่าง Robinhood และ Charles Schwab ยืนยันแล้วโดย Crypto Rover
จาก กระดานเทรดคริปโต สู่แพลตฟอร์มการลงทุนครบวงจร
Coinbase ไม่ได้หยุดอยู่แค่บทบาทกระดานเทรดคริปโตอีกต่อไป บริการเทรดหุ้นใหม่นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่คุ้นเคยกับการซื้อขาย Bitcoin หรือ Ethereum สามารถกระจายพอร์ตไปยังหุ้นบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์รายอื่น จุดเด่นที่น่าสนใจคือการรองรับ fractional shares ตั้งแต่ $1 ซึ่งเปิดประตูให้นักลงทุนรายย่อยสามารถถือหุ้นบริษัทอย่าง Apple หรือ Tesla ได้แม้ไม่มีเงินทุนสูง
ระบบเทรด 24/5 ของ Coinbase ยังถือว่าเหนือกว่าตลาดหุ้นปกติที่เปิดแค่ช่วงเวลาทำการ ซึ่งสะท้อนแนวคิดแบบคริปโตที่เน้นความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการซื้อขาย แม้ยังไม่ถึงระดับ 24/7 แบบตลาดคริปโตก็ตาม
สัญญาณการรุกตลาดการเงินกระแสหลัก
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มาในจังหวะที่ Coinbase กำลังขยายบทบาทในโลกการเงินแบบดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Coinbase ครอบครองสินทรัพย์ ETF ของสหรัฐฯ กว่า 80% และมีเงินไหลเข้าทะลุ $3.1 หมื่นล้าน รวมถึง Genius Act ที่อาจดันรายได้จาก Stablecoin พุ่งถึง 7 เท่า การบุกตลาดหุ้นจึงดูเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ต้องการเป็นซูเปอร์แอปทางการเงินแบบครบวงจร
นอกจากนี้ยังสอดรับกับเทรนด์ที่ นักลงทุนคริปโตหลายรายหันมาสนใจหุ้นที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมากขึ้น หลังจากโทเคนใหม่จำนวนมากร่วงหนักหลังเปิดเทรด การมีทั้งหุ้นและคริปโตในพอร์ตเดียวกันจึงตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องสลับแอป
ผลกระทบต่อตลาดและคู่แข่ง
บริการนี้ทำให้ Coinbase เข้าสู่สมรภูมิโดยตรงกับ Robinhood ที่เป็นผู้บุกเบิกโมเดลเทรดหุ้นฟรีและ fractional shares มาก่อน รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง Webull และ Public ที่ก็เจาะกลุ่มนักลงทุนรายย่อยรุ่นใหม่เช่นกัน ความได้เปรียบของ Coinbase อยู่ที่ฐานผู้ใช้คริปโตที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และความสามารถในการผสมผสานสินทรัพย์สองประเภทเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งคู่แข่งทั่วไปยังไม่มีความเชี่ยวชาญด้านคริปโตเท่า
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูว่า Coinbase จะสามารถขยายบริการนี้ไปยังผู้ใช้นอกสหรัฐฯ ได้หรือไม่ เนื่องจากการกำกับดูแลด้านหลักทรัพย์ในแต่ละประเทศมีความซับซ้อนแตกต่างกัน โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่มีการเติบโตของผู้ใช้คริปโตสูง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเปิดเทรดหุ้นของ Coinbase ครั้งนี้น่าสนใจมากในแง่ยุทธศาสตร์ เพราะมันไม่ได้แค่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่เปลี่ยนนิยามของแพลตฟอร์มทั้งหมดเลย จากที่เคยเป็น “กระดานเทรดคริปโต” ตอนนี้กลายเป็น “แอปลงทุนครบวงจร” ไปแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือตัวเลขผู้ใช้ที่แอคทีฟในฝั่งหุ้นจะเป็นเท่าไหร่ และ Coinbase จะรักษาแรงจูงใจทั้งฝั่งหุ้นและคริปโตในแอปเดียวได้ดีแค่ไหน เพราะถ้าประสบการณ์การใช้งานด้อยกว่า Robinhood ผู้ใช้ก็อาจไม่ย้ายมาง่ายๆ แต่ถ้าทำได้ดี อาจเป็น game changer จริงๆ สำหรับอุตสาหกรรมนี้
