สรุปข่าว
- อดีตผู้บริหาร Solana กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการซื้อขายคริปโตข้ามพรมแดน โดยนำเทคโนโลยี multicast มาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการชำระเงินระดับโลก
- เป้าหมายหลักคือลดการกระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ของ Solana ในยุโรป และเปิดทางให้โครงข่ายขยายไปยังภูมิภาคอื่นได้อย่างทั่วถึง
- โปรเจกต์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ยังไม่มีกำหนดเปิดตัวหรือยืนยันการนำไปใช้งานจริง จึงต้องติดตามพัฒนาการต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
โปรเจกต์นี้ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและไม่มีผลกระทบทางตลาดในทันที ถึงแม้การลดการกระจุกตัวและเพิ่มความเร็วในการชำระเงินจะเป็นผลดีต่อ Solana ในระยะยาว แต่ความไม่แน่นอนของโปรเจกต์ยังสูง ราคา SOL ในปัจจุบันอยู่ที่ $86.87 (+1.64%) โดยไม่ได้รับแรงหนุนโดยตรงจากข่าวนี้
ตามรายงานจาก CoinDesk อดีตผู้บริหาร Solana กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับการซื้อขายคริปโตข้ามพรมแดน โดยหยิบแนวคิดจากวอลล์สตรีทมาประยุกต์ใช้ นั่นคือการนำเทคโนโลยี multicast มาลดความล่าช้าในการชำระเงินระดับโลก โปรเจกต์นี้มุ่งแก้ปัญหาการกระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ของ Solana ที่เริ่มเห็นได้ชัดในยุโรป และพยายามเปิดทางให้โครงข่ายกระจายสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลกได้มากขึ้น ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ขณะที่ราคา SOL อยู่ที่ $86.87 เพิ่มขึ้น 1.64% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เรียนรู้จากวอลล์สตรีท นำ Multicast มาปฏิวัติการชำระเงินคริปโต
เทคโนโลยี multicast ที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกการเงินแบบดั้งเดิม เพราะวอลล์สตรีทใช้มันมานานในการส่งข้อมูลตลาดหุ้นและข้อมูลราคาไปยังผู้รับหลายฝ่ายพร้อมกันด้วยต้นทุนต่ำและความล่าช้าน้อยที่สุด หลักการคือแทนที่จะส่งข้อมูลแยกกันทีละรายการ (unicast) ก็ส่งหนึ่งครั้งแต่กระจายไปยังปลายทางหลายแห่งพร้อมกัน ซึ่งลดทั้งต้นทุนแบนด์วิดท์และเวลาแฝงในการส่งข้อมูล
เมื่อนำแนวคิดนี้มาใช้ใน Solana จะช่วยให้ node ที่กระจายอยู่ทั่วโลกสามารถรับข้อมูลบล็อกและธุรกรรมได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ปัจจุบันยังห่างจากศูนย์กลางของโครงข่าย ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็วขึ้น และลดช่องว่างระหว่างผู้ใช้ในยุโรปกับผู้ใช้ในภูมิภาคอื่นๆ
ปัญหาการกระจุกตัวในยุโรป สัญญาณที่ Solana ต้องแก้ไข
หนึ่งในความท้าทายที่ Solana เผชิญอยู่คือการที่ validator nodes จำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เฉพาะ โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านการกระจายอำนาจ (decentralization) และอาจส่งผลต่อความทนทานของโครงข่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันในภูมิภาคนั้น โครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้จึงมีเป้าหมายชัดเจนในการกระจาย node ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น
การที่อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Solana ลงมือพัฒนาโครงการนี้ด้วยตัวเองถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นว่าคนในวงการที่เข้าใจสถาปัตยกรรมของ Solana อย่างลึกซึ้งยังมองเห็นโอกาสในการยกระดับโครงข่ายให้แข่งขันได้มากขึ้นในตลาดการชำระเงินระดับโลก อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์นี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวหรือพันธมิตรที่จะนำไปใช้งานจริง
อนาคตของ Solana ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินโลก
ในช่วงที่ผ่านมา Solana ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะบล็อกเชนที่มีความเร็วสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ ทำให้ถูกนำมาใช้ในแอปพลิเคชันการชำระเงินและ DeFi จำนวนมาก หากโครงสร้างพื้นฐาน multicast นี้พัฒนาสำเร็จและถูกนำมาใช้จริง ก็อาจเสริมความสามารถในการแข่งขันของ Solana ในตลาดการชำระเงินข้ามพรมแดนได้อีกระดับ ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Stellar, Ripple และ Visa ที่ใช้บล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานอยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับการที่ อดีตนักเศรษฐศาสตร์ SEC และ CFTC ออกมาสนับสนุน Solana ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสนใจในระบบนิเวศ Solana จากผู้เชี่ยวชาญหลายกลุ่มยังคงอยู่ในระดับสูง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าโปรเจกต์นี้น่าสนใจในแง่ทิศทาง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นเต้นมากนัก เพราะมันยังอยู่ในช่วงพัฒนาและยังไม่มีหลักฐานว่าจะถูกนำมาใช้จริงในระยะเวลาอันใกล้ สิ่งที่ต้องติดตามคือว่าโปรเจกต์นี้จะได้รับการสนับสนุนจาก Solana Foundation หรือไม่ และมีนักพัฒนาหรือโปรเจกต์ใดๆ เริ่มนำไปทดสอบบ้าง ถ้ามีข่าวความคืบหน้าออกมาอีกรอบ ค่อยดูกันครั้งนั้น

