สรุปข่าว
- Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic ประกาศว่า AI ที่มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ในระดับ “ประเทศแห่งอัจฉริยะ” อาจมาถึงภายใน 1-3 ปีข้างหน้า
- เขายืนยันว่า 95% ที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นภายใน 10 ปี แต่ส่วนตัวเชื่อ 50-50 ว่าอาจเกิดเร็วกว่านั้นมากภายใน 1-3 ปี
- คำทำนายนี้สั้นกว่าการประเมินของ CEO DeepMind ที่เคยบอกว่าจะใช้เวลา 5-10 ปี และสะท้อนว่าการแข่งขัน AI กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ผู้นำบริษัท AI ชั้นนำออกมาพูดถึงการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ AI สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนในภาคเทคโนโลยีและคริปโต โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ AI บนบล็อกเชน ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนจากกระแส hype ในช่วงนี้
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ชุมชนคริปโตและ AI ต่างพูดถึงคำประกาศสำคัญของ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic บริษัท AI ที่อยู่เบื้องหลัง Claude หลังจาก Coin Bureau ได้เผยแพร่คำพูดของเขาซึ่งระบุว่า AI ที่มีความสามารถเทียบเท่า “ประเทศแห่งอัจฉริยะ” (country of geniuses) อาจมาถึงภายในเพียง 1-3 ปีข้างหน้า โดย Amodei กล่าวว่า “95% ที่เหตุการณ์นี้ทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปี ถือว่าปลอดภัยมากที่จะเดิมพัน แต่ผมมีความรู้สึกว่า มันอาจเป็น 50-50 ที่จะเกิดขึ้นใน 1-3 ปีเท่านั้น” คำพูดดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและความตื่นเต้นในแวดวง AI พร้อมกัน เพราะนี่คือการประเมินที่เร็วกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้อย่างมาก
“ประเทศแห่งอัจฉริยะ” คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ
คำว่า “country of geniuses” ที่ Amodei ใช้ หมายถึง AI ที่มีความสามารถรวมกันเทียบเท่ากับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหลายล้านคนทำงานพร้อมกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีต เพราะ AI จะสามารถค้นพบยา แก้ปัญหาพลังงาน และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ได้ในเวลาอันสั้น แทนที่จะต้องรอนักวิจัยมนุษย์หลายสิบปี
สิ่งที่น่าสังเกตคือ Amodei ไม่ได้พูดในฐานะนักวิชาการ แต่เป็นซีอีโอของบริษัทที่อยู่แนวหน้าของการพัฒนา AI ระดับโลก การที่เขาพูดเรื่องนี้ด้วยความมั่นใจขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าภายในวงการ AI มีการพัฒนาที่เราอาจยังไม่รู้เรื่องอยู่อีกมาก
เร็วกว่าที่ผู้นำคนอื่นเคยบอกไว้มาก
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ซีอีโอของ DeepMind ชี้ว่า AI ที่ฉลาดเท่ามนุษย์ทุกด้านจะเกิดขึ้นภายใน 5-10 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการประเมินที่ค่อนข้างรุนแรงแล้ว แต่ Amodei กลับบอกว่าอาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้นถึงครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า นอกจากนี้ เราก็เคยรายงานว่า Amodei เคยพูดถึงบริษัทพันล้านดอลลาร์ที่มีพนักงานแค่คนเดียวด้วยพลัง AI มาก่อนในปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนเขายังคงยืนหยัดในแนวคิดนั้น และมองว่าเส้นทางสู่จุดนั้นสั้นกว่าที่เคยคิด
การแข่งขันระหว่าง Anthropic, OpenAI, Google DeepMind และ xAI ของ Elon Musk ยิ่งทำให้การพัฒนา AI เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ละบริษัทกำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ไทม์ไลน์ที่ Amodei พูดถึงมีความเป็นไปได้มากกว่าที่นักวิจารณ์หลายคนคิด ในขณะเดียวกัน Anthropic ก็เพิ่งถูกพูดถึงในข่าวใหญ่หลังจากที่ ปฏิเสธข้อเสนอสุดท้ายจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เรื่องการนำ AI ไปใช้ในการเฝ้าระวังและภารกิจที่อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ซึ่งชี้ให้เห็นว่า Anthropic เองก็ตระหนักถึงพลังของ AI ที่กำลังพัฒนาขึ้นและเลือกวางจุดยืนด้านจริยธรรมไว้ชัดเจน
ผลกระทบต่อโลกคริปโตและ AI
ถ้า Amodei พูดถูก ผลกระทบต่อตลาดคริปโตจะมีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งคือโทเคนและโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับ AI บนบล็อกเชน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน computing แบบกระจายศูนย์ และตลาดข้อมูลสำหรับเทรน AI จะได้รับแรงหนุนอย่างมาก อีกด้านหนึ่งคือ AI ที่มีความสามารถสูงขึ้นจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่ตลาดเทรดและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจทำให้ความผันผวนในตลาดเปลี่ยนไปด้วย เมื่อกี้ Siam Blockchain ก็รายงานว่า CZ เตือนให้รีบเรียนรู้ AI ก่อนตกงาน ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าทิศทางนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าคำพูดของ Amodei ครั้งนี้น่าสนใจมากกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะเขาไม่ใช่นักวิชาการที่นั่งพูดทฤษฎี แต่เป็นคนที่นั่งดูโค้ดและผลลัพธ์ของโมเดลอยู่ทุกวัน ถ้าคนในวงในบอกว่า 50-50 จะเกิดใน 1-3 ปี เราควรฟังอย่างจริงจัง สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือว่าบริษัทใหญ่อย่าง Google, Microsoft และ Meta จะตอบสนองต่อคำพูดนี้อย่างไร และจะยิ่งเร่งการแข่งขันให้รุนแรงขึ้นอีกหรือไม่ สำหรับคนในวงการคริปโตอาจลองมองหาโปรเจกต์ที่เชื่อมระหว่าง AI กับบล็อกเชนไว้ให้ดี เพราะถ้า AI กระโดดพรวดขนาดนั้นจริง ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์จะพุ่งตาม แต่ก็อย่าลืมว่านี่ยังเป็นการคาดการณ์อยู่ ยังไม่มีใครรู้แน่ชัด
