จีนลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤต 2008 สัญญาณดีต่อ Bitcoin หรือ?

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • จีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2551 สะท้อนแนวโน้มการลดพึ่งพาเงินดอลลาร์ที่เร่งตัวขึ้น
  • การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ซึ่งรวมถึงการสะสมทองคำและสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มการลดพึ่งพาเงินดอลลาร์ในระยะยาวเป็นปัจจัยหนุน Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองทางเลือก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่จีนลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปีเป็นสัญญาณบวกระยะกลางต่อ Bitcoin เพราะยิ่งโลกไม่ไว้วางใจเงินดอลลาร์มากขึ้น สินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับรัฐบาลใดอย่าง Bitcoin ก็ยิ่งน่าดึงดูดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ปัจจัยที่จะดันราคาขึ้นทันที

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 จีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกในปี 2551 ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่าปักกิ่งกำลังเร่งกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ที่อิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนภาพพลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์การเงินโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในบริบทที่ความตึงเครียดทางการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจยังคงดำเนินต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการลดพึ่งพาระบบการเงินที่ถูกครอบงำโดยสหรัฐฯ

จีนขายพันธบัตรสหรัฐฯ ต่ำสุดในรอบเกือบ 20 ปี เกิดอะไรขึ้น

การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของจีนเคยสูงสุดในช่วงทศวรรษ 2010 โดยครั้งหนึ่งจีนเคยเป็นผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่ญี่ปุ่นจะแซงหน้าไป แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปักกิ่งค่อย ๆ ลดสัดส่วนลงอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ตัวเลขดังกล่าวดิ่งลงสู่ระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่ยุควิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนสอดคล้องกับการเร่งสะสมทองคำในปริมาณมากของธนาคารกลางจีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระจายสำรองเงินตราต่างประเทศออกจากดอลลาร์ รวมถึงการผลักดันระบบการชำระเงินระหว่างประเทศของตัวเองอย่าง CIPS และการสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ทำธุรกรรมในสกุลเงินหยวนมากขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดคริปโต โอกาสหรือสัญญาณเตือน

ในมุมของตลาดคริปโต แนวโน้มการลดพึ่งพาเงินดอลลาร์หรือที่เรียกว่า de-dollarization ถือเป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อ Bitcoin เหตุผลหลักคือเมื่อรัฐบาลและสถาบันการเงินทั่วโลกเริ่มมองหาสินทรัพย์สำรองที่ไม่ผูกกับอำนาจทางการเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดและไม่มีรัฐบาลควบคุมก็กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น

นอกจากนี้ สัญญาณจากจีนยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถาบันการเงินตะวันตกเองก็กำลังขยับเข้าหาคริปโตอย่างแข็งขัน ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Morgan Stanley ประกาศแผนเปิดให้ซื้อขาย กู้ยืม รับดอกเบี้ย และเก็บรักษา Bitcoin ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสถาบันการเงินระดับโลกกำลังปรับตัวรับกับโลกการเงินยุคใหม่ที่ดอลลาร์อาจไม่ใช่ศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียวอีกต่อไป ขณะเดียวกัน รายงานของ Siam Blockchain ยังชี้ว่า กระแสเงินไหลออกจากหุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤต 2008 เช่นกัน สะท้อนว่านักลงทุนกำลังมองหาสินทรัพย์ทางเลือกอย่างจริงจัง

มองระยะยาว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเงินโลก

สิ่งที่น่าจับตาคือนี่ไม่ใช่แค่การตัดสินใจของจีนเพียงประเทศเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่หลายประเทศในกลุ่ม BRICS รวมถึงรัสเซีย อินเดีย และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางต่างก็เดินหน้าลดการพึ่งพาดอลลาร์ในลักษณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบการเงินโลกครั้งนี้แม้จะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แต่หากมองในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า อาจส่งผลให้สัดส่วนของสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและ Bitcoin ในพอร์ตการลงทุนระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระวังว่าในระยะสั้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการที่ประเทศใหญ่ขายพันธบัตรสหรัฐฯ ออกมาจำนวนมากอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทรวมถึงคริปโตด้วย จึงต้องติดตามพัฒนาการนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นหนึ่งในภาพใหญ่ที่หลายคนมองข้ามไป เพราะมันไม่ได้ดันราคา Bitcoin ขึ้นวันนี้หรือพรุ่งนี้ทันที แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง เมื่อประเทศใหญ่อย่างจีนไม่ไว้วางใจสินทรัพย์ดอลลาร์มากขนาดนี้ คำถามก็คือแล้วพวกเขาจะเอาเงินไปไว้ที่ไหน ทองคำคือตัวเลือกอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ Bitcoin ก็กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะสินทรัพย์สำรองระดับประเทศ สิ่งที่น่าจับตาในช่วงถัดไปคือตัวเลขการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ของจีนจะลดลงต่ออีกไหม และถ้าลด ตลาดทองคำกับ Bitcoin จะตอบสนองอย่างไร