สรุปข่าว
- ข้อมูล On-chain ชี้ชัดว่าเหล่าวาฬคริปโตกำลังซุ่มเก็บเหรียญ UNI, BCH และ LINK อย่างหนักเพื่อเตรียมทำกำไรในเดือนมีนาคม
- วาฬเข้าซื้อ UNI และ LINK อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากเห็นสัญญาณบวกทางเทคนิคและกราฟราคาที่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาได้
- BCH โดดเด่นด้วยผลตอบแทนรายปีที่พุ่งเกือบ 70% ดึงดูดเม็ดเงินจากวาฬเกือบ 50 ล้านดอลลาร์หลังกราฟฟอร์มตัวในรูปแบบ Inverse Head and Shoulders สำเร็จ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
พฤติกรรมการสะสมเหรียญของวาฬที่สอดคล้องกับสัญญาณทางเทคนิคเชิงบวก ถือเป็นแรงหนุนชั้นดีให้กับตลาด การที่เม็ดเงินก้อนใหญ่ (Smart Money) ไหลเข้ามารองรับในช่วงที่ราคากำลังสร้างฐานหรือเพิ่งทะลุกรอบแนวต้าน เป็นการเพิ่มโอกาสที่เหรียญทั้งสามตัวนี้จะสามารถปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายราคาที่สูงขึ้นได้ในระยะสั้นถึงระยะกลาง
โค้งสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ บรรดาวาฬคริปโตกำลังแอบปรับพอร์ตการลงทุนกันเงียบ ๆ แม้ภาพรวมตลาดจะยังดูคลุมเครือ แต่ข้อมูล On-chain กลับเล่าเรื่องราวที่ต่างออกไป นักลงทุนรายใหญ่กำลังทยอยสะสมเหรียญ 3 ตัวที่น่าจับตามอง ได้แก่ เหรียญที่กำลังเลือกทาง เหรียญที่รอการทะลุแนวต้าน และเหรียญที่ตั้งเป้าทำกำไรวงกว้าง ดูเหมือนว่าขาใหญ่พวกนี้กำลังชิงลงมือก่อนที่เดือนมีนาคมจะมาถึง
Uniswap (UNI)
UNI เป็นหนึ่งในเหรียญที่ความเคลื่อนไหวของวาฬมีความน่าสนใจมากในช่วงก่อนเข้าเดือนมีนาคม แม้ตลาดส่วนใหญ่จะย่อตัว แต่ราคา UNI กลับพุ่งขึ้นเกือบ 15.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยไปแตะระดับ 4.29 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะโดนเทขายร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว
ถึงอย่างนั้นเหล่าวาฬก็ไม่ได้สะทกสะท้าน ข้อมูล On-chain เผยให้เห็นว่ากลุ่มผู้ถือครองรายใหญ่ได้เพิ่มยอดสะสม UNI จาก 639.06 ล้านเหรียญเป็น 640 ล้านเหรียญ ภายในวันที่ 26 กุมภาพันธ์เพียงวันเดียว การกวาดซื้ออย่างกะทันหันนี้คิดเป็นมูลค่าราว 1 ล้านดอลลาร์ในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจเงียบ ๆ แม้ราคาจะย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุดระหว่างวันก็ตาม
สาเหตุก็มาจากภาพรวมของกราฟที่ UNI กำลังบีบตัวอยู่ในกรอบ Symmetrical Triangle การพยายามทะลุแนวต้านด้านบนสองครั้งล่าสุดถูกสกัดกั้นอย่างหนัก หากสามารถปิดแท่งเทียน 12 ชั่วโมงเหนือระดับ 4.21 ดอลลาร์ได้ จะเป็นการยืนยันการทะลุกรอบและอาจดันราคาไปสู่ 4.88 ดอลลาร์ หรืออาจไกลถึง 5.95 ดอลลาร์ หากกระแสของกลุ่ม DeFi กลับมาคึกคักในเดือนมีนาคม แต่ถ้าหลุดแนวรับสำคัญที่ 3.81 ดอลลาร์ ก็มีความเสี่ยงที่จะร่วงลงไปทดสอบขอบล่างของสามเหลี่ยม
Bitcoin Cash (BCH)
BCH เป็นอีกหนึ่งเหรียญที่วาฬกลับมาไล่เก็บของอย่างดุดัน แม้ราคาจะขยับขึ้นแค่ 1.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่หากมองภาพกว้างในรอบปี BCH ให้ผลตอบแทนสูงถึงเกือบ 70% ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับเหรียญหลักตัวอื่น ๆ
ความแข็งแกร่งในระยะยาวนี้ดูเหมือนจะดึงดูดความมั่นใจรอบใหม่ กลุ่มกระเป๋าเงินที่ถือครอง BCH ตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 เหรียญ ได้กวาดของเพิ่มจาก 4.3 ล้านเป็น 4.4 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด หลังจากที่พวกเขาทยอยเทขายมาตลอดจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนที่กราฟจะฟอร์มตัวเป็นแพตเทิร์น Inverse Head and Shoulders วาฬเลือกที่จะรอให้แพตเทิร์นนี้ก่อตัวจนเสร็จก่อนถึงจะยอมลงเงิน ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อแบบมีวินัย ไม่ใช่แค่การแห่ซื้อตามอารมณ์
หากราคาสามารถทะลุเส้น Neckline บริเวณ 598 ดอลลาร์ไปได้ ก็มีโอกาสเปิดเส้นทางวิ่งไปถึงเป้าหมายที่ 777 ดอลลาร์ แต่ก่อนหน้านั้นต้องผ่านด่านแนวต้านทางเทคนิคที่ 570 ดอลลาร์ไปให้ได้เสียก่อน แต่ถ้าหลุดระดับ 423 ดอลลาร์ โครงสร้างนี้จะถือว่าล้มเหลวและมุมมองขาขึ้นของวาฬจะจบลงทันที
Chainlink (LINK)
ปิดท้ายด้วย LINK ที่แรงซื้อจากวาฬกลับมาอย่างชัดเจนเพื่อต้อนรับเดือนมีนาคม หลังจากที่มีแรงเทขายมาตลอดจนถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ท่าทีก็เปลี่ยนไปในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เมื่อรายใหญ่เข้าเก็บของเพิ่มอีก 370,000 LINK มูลค่าราว 3.5 ล้านดอลลาร์
จุดชนวนสำคัญมาจากกราฟราย 12 ชั่วโมงที่ LINK ทะลุแพตเทิร์น Inverse Head and Shoulders ขึ้นมาได้สำเร็จ วาฬจึงเริ่มขยับตัวหลังจากการเบรกเอาต์ได้รับการยืนยันแล้ว ไม่ใช่การซื้อดักหน้า ปัจจุบันราคาพยายามประคองตัวอยู่ใกล้โซนแนวรับแข็งแกร่งที่ 9.28 ดอลลาร์ ซึ่งจำเป็นต้องรับให้อยู่เพื่อรักษาโครงสร้างขาขึ้น
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณบวกจากดัชนี Chaikin Money Flow (CMF) ที่ตัดขึ้นเหนือเส้นศูนย์ บ่งบอกถึงเม็ดเงินสถาบันที่ไหลเข้ามาก่อนที่ราคาจะวิ่ง หากแรงซื้อยังคงอยู่และราคาสามารถทะลุ 9.62 และ 10.05 ดอลลาร์ไปได้ เป้าหมายต่อไปจะอยู่ที่ 11.70 ดอลลาร์ แต่ถ้าปิดต่ำกว่า 8.04 ดอลลาร์ โครงสร้างขาขึ้นนี้ก็จะพังทลายลง
ที่มา: beincrypto
การติดตามร่องรอยของวาฬหรือ Smart Money ผ่านข้อมูล On-chain เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้เราเห็นภาพที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความผันผวนของตลาด สิ่งที่น่าสนใจจากข่าวนี้คือ วาฬไม่ได้ไล่ซื้อแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่พวกเขาเลือกที่จะ “รอ” ให้โครงสร้างกราฟยืนยันสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนเสียก่อน (เช่น การรอเบรก Inverse Head and Shoulders) นี่คือจุดแตกต่างระหว่างนักลงทุนที่ใช้ระบบกับคนที่เทรดตามอารมณ์ การนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบกับการวิเคราะห์กราฟด้วยตัวเอง จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างมาก
