เนเธอร์แลนด์ยกธงขาว! จ่อยกเลิกแผนเก็บภาษี 36% จากกำไรทิพย์ หลังถูกรุมประท้วง 

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศยกเลิกแผนการเก็บภาษีจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในอัตรา 36%
  • มีการวิจารณ์อย่างหนักว่ากฎหมายดังกล่าวทำร้ายนักลงทุนรายย่อยมากกว่ารายใหญ่ แถมยังเป็นการทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน
  • การเก็บภาษีที่สูงขึ้นอาจนำไปสู่รายได้ของรัฐที่ลดน้อยลง และอาจส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจและสังคม

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศยกเลิกแผนการเก็บภาษีจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในอัตรา 36% หลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการประท้วงอย่างหนัก โดยมาตรการดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน บังคับให้ผู้ถือครองสินทรัพย์ระยะยาวต้องเทขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินมาจ่ายภาษี และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปมากกว่ากลุ่มทุนใหญ่

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้มีการเสนอแผนในการปรับโครงสร้างภาษีการลงทุน โดยกำหนดให้ต้องมีการเสียภาษีจากกำไรยังไม่เกิดขึ้นจริงถึง 36% ส่งผลทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างหนัก

ปัจจุบัน รัฐบาลได้ประกาศชัดเจนที่จะทำการยกเลิกข้อกฎหมายดังกล่าวหลังเกิดการประท้วงภายในประเทศ  อ้างอิงข้อมูลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

รายงานจากต่างประเทศระบุว่า การที่รัฐบาลมีแผนที่จะจัดเก็บภาษีที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงถือเป็นการกระทำที่เกินเลย และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จนทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนหดหาย และนั่นยังไม่รวมถึงการละเมิดหลักการประชาธิปไตย เพราะภาษีจะถูกจัดเก็บได้ก็ต่อเมื่อคุณมีรายได้เข้ามาจริง ในขณะที่ผลกำไรขาดทุนในกระดาษนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และยังทำให้ผู้ที่ถือสินทรัพย์มานานต้องถูกบังคับขายเพื่อจ่ายภาษี

นอกจากนี้ แผนการเก็บภาษียังอาจส่งผลกระทบต่อบุคคลทั่วไปมากกว่านักลงทุนรายใหญ่ที่สามารถหาช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงภาษีได้ ผ่านทางมูลนิธิ หรือ นิติบุคคล เพราะมีเกณฑ์การเสียภาษีที่แตกต่าง  

ในภาพรวม การเก็บภาษีที่สูงขึ้นและบีบคั้นมากขึ้น อาจนำไปสู่รายได้ของรัฐที่ลดน้อยลง และอาจส่งผลให้เกิดความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจและสังคม หากนักลงทุนและผู้ประกอบการพากันย้ายออกจากประเทศ และเลือกลงทุนในประเทศที่มีภาระภาษีต่ำกว่า


มุมมองผู้เขียน: การตัดสินใจของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในครั้งนี้ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องถือเป็นการมอบความเป็นธรรมคืนให้แก่นักลงทุน เพราะแต่เดิมพวกเขาก็จัดเป็นประเทศที่มีการเก็บภาษีสูงอยู่แล้ว การคำนวนรายได้ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเข้ามาในระบบภาษีจึงเป็นสิ่งนักลงทุนนิ่งเฉยไม่ได้