SBI Holdings ญี่ปุ่นเปิดตัว JPYSC สเตเบิลคอยน์เยนตัวแรกที่หนุนหลังโดยทรัสต์แบงก์

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • SBI Holdings และ Startale Group เปิดตัว JPYSC สเตเบิลคอยน์เงินเยนตัวแรกของญี่ปุ่นที่ออกโดยสถาบันทรัสต์แบงก์ (Shinsei Trust & Banking) อย่างเป็นทางการ
  • การออกสเตเบิลคอยน์ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการเงินญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมด้านกฎระเบียบและการยอมรับในระดับสถาบันที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน
  • ควรจับตาดูการนำ JPYSC ไปใช้งานจริงในระบบการชำระเงินและตลาดการเงินญี่ปุ่น รวมถึงผลกระทบต่อการแข่งขันของสเตเบิลคอยน์สกุลเงินท้องถิ่นในเอเชีย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่สถาบันการเงินขนาดใหญ่อย่าง SBI Holdings เดินหน้าออกสเตเบิลคอยน์ที่ผ่านกฎระเบียบอย่างสมบูรณ์ในญี่ปุ่นส่งสัญญาณบวกต่อการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสถาบันทั่วเอเชีย แม้ผลกระทบต่อราคาตลาดโดยตรงยังจำกัด แต่ถือเป็นการวางรากฐานสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลในระยะยาว

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph SBI Holdings บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกับ Startale Group เปิดตัว JPYSC สเตเบิลคอยน์เงินเยนญี่ปุ่นตัวแรกของโลกที่ออกโดยสถาบันทรัสต์แบงก์ โดยมี Shinsei Trust & Banking เป็นผู้รับรองและค้ำประกันมูลค่า การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในวงการ Web3 ของญี่ปุ่น เพราะเป็นครั้งแรกที่สเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยนได้รับการหนุนหลังจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งต่างจากสเตเบิลคอยน์ทั่วไปที่มักออกโดยบริษัทเทคโนโลยีหรือนิติบุคคลในต่างประเทศ

ความหมายของสเตเบิลคอยน์ที่หนุนหลังโดยทรัสต์แบงก์

สเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยทรัสต์แบงก์มีความแตกต่างจากสเตเบิลคอยน์ทั่วไปในแง่กฎระเบียบอย่างมีนัยสำคัญ ในญี่ปุ่น พระราชบัญญัติบริการการชำระเงินที่แก้ไขเมื่อปี 2565 กำหนดให้สเตเบิลคอยน์ที่อิงกับสกุลเงินบาทต้องออกโดยธนาคาร บริษัทโอนเงิน หรือสถาบันทรัสต์เท่านั้น การที่ Shinsei Trust & Banking เป็นผู้ออก JPYSC จึงหมายความว่าเงินที่หนุนหลังสเตเบิลคอยน์นี้จะถูกแยกออกจากทรัพย์สินของบริษัทอย่างชัดเจน และผู้ถือ JPYSC มีสิทธิ์แลกคืนเป็นเงินเยนได้ทันที ซึ่งให้ความคุ้มครองแก่ผู้ใช้งานในระดับที่สูงกว่าสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT หรือ USDC ที่ยังไม่มีกฎระเบียบเฉพาะรองรับในหลายประเทศ

Startale Group ซึ่งเป็นบริษัท Web3 ที่มีความเชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน Astar Network เข้ามารับผิดชอบด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานบนเชน การจับมือระหว่างสถาบันการเงินดั้งเดิมกับบริษัทเทคโนโลยี Web3 ในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นแนวทางที่ญี่ปุ่นเลือกเดิน นั่นคือการนำ Web3 เข้ามาผสมผสานกับระบบการเงินที่มีอยู่ แทนที่จะให้ทั้งสองส่วนพัฒนาแยกจากกัน

SBI Holdings กับยุทธศาสตร์ครองตลาด Web3 ญี่ปุ่น

การเปิดตัว JPYSC ครั้งนี้ไม่ใช่ก้าวแรกของ SBI Holdings ในโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ญี่ปุ่นเอาจริง! SBI เตรียมออกพันธบัตร On-chain มูลค่าหมื่นล้านเยน พร้อมจ่ายดอกเบี้ยเป็น XRP และก่อนหน้านั้น Ripple จับมือ SBI เปิดตัว Stablecoin RLUSD ในญี่ปุ่น ซึ่งมุ่งเจาะตลาดสถาบัน แสดงให้เห็นว่า SBI Holdings กำลังสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรในญี่ปุ่น ตั้งแต่สเตเบิลคอยน์ พันธบัตรบนบล็อกเชน ไปจนถึง ETF คริปโต

ในบริบทที่กว้างขึ้น การเปิดตัว JPYSC เกิดขึ้นพร้อมๆ กับกระแสสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยสถาบันการเงินในยุโรปด้วย ไม่นานมานี้ AllUnity ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Deutsche Bank ได้เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ฟรังก์สวิส CHFAU ภายใต้การกำกับดูแลของ MiCA ในยุโรป ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มระดับโลกที่สถาบันการเงินดั้งเดิมกำลังเดินหน้าออกสเตเบิลคอยน์สกุลเงินท้องถิ่นของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพา USDT และ USDC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์จากสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อภูมิทัศน์สเตเบิลคอยน์ในเอเชีย

ญี่ปุ่นเป็นเศรษฐกิจอันดับสี่ของโลกและเป็นประเทศที่มีตลาดการเงินขนาดใหญ่ การมีสเตเบิลคอยน์เยนที่ออกโดยสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองจากกฎหมายเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถใช้ JPYSC ในการชำระเงินข้ามพรมแดน การทำธุรกรรมในตลาดทุน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน DeFi ในระดับสถาบันได้ นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้และสิงคโปร์ เร่งพัฒนากรอบกฎหมายสำหรับสเตเบิลคอยน์สกุลเงินท้องถิ่นของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ JPYSC ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการยอมรับจากผู้ใช้งานจริง ทั้งในระบบการชำระเงิน การค้า และตลาดการเงิน ซึ่งต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือจากผู้เล่นในอุตสาหกรรมอีกมาก


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเปิดตัว JPYSC ครั้งนี้น่าสนใจมากในแง่ของโครงสร้าง เพราะต่างจากสเตเบิลคอยน์ทั่วไปที่เราเห็นกัน การที่ทรัสต์แบงก์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายญี่ปุ่นเป็นผู้ออกสเตเบิลคอยน์โดยตรงทำให้ระดับความน่าเชื่อถือสูงมาก แต่ที่น่าจับตาคือ SBI กำลังสร้างระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลครบวงจรเงียบๆ ทั้งพันธบัตรบนบล็อกเชน สเตเบิลคอยน์ และ ETF คริปโต ถ้า JPYSC ถูกนำมาใช้จริงในการชำระเงินข้ามพรมแดนหรือการซื้อขายพันธบัตร On-chain ของ SBI เองที่รายงานไปก่อนหน้า นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าญี่ปุ่นกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐาน Web3 ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกก็ได้ ลองติดตามดูว่าภายในปีนี้ JPYSC จะถูกนำไปใช้ในกรณีจริงอะไรบ้าง