สรุปข่าว
- Emirates Airlines ประกาศระงับเที่ยวบินขาเข้าและขาออกดูไบชั่วคราว ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง
- การระงับเที่ยวบินครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความขัดแย้งในภูมิภาคส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินและคริปโตสำคัญของโลก
- นักลงทุนต้องจับตาว่าสถานการณ์จะบานปลายถึงขั้นกระทบตลาดการเงินโลกและตลาดคริปโตอย่างรุนแรงหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่สายการบินใหญ่ระดับโลกอย่าง Emirates ต้องระงับเที่ยวบินเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางได้ลุกลามถึงขั้นกระทบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญแล้ว ดูไบในฐานะฮับคริปโตระดับโลกที่มีบริษัทและนักลงทุนรายใหญ่ตั้งอยู่จำนวนมาก อาจเผชิญกับแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรงหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาไทย ตามรายงานจาก Crypto Rover บน X สายการบิน Emirates ได้ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากดูไบเป็นการชั่วคราว ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง Emirates เป็นสายการบินประจำชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และถือเป็นหนึ่งในสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก การระงับเที่ยวบินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดในภูมิภาคได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในดูไบแล้ว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับเหตุระเบิดในดูไบ UAE ไว้แล้ว อ่านข่าวเดิม
สัญญาณอันตรายที่โครงสร้างพื้นฐานดูไบเริ่มสั่นคลอน
การระงับเที่ยวบินของ Emirates ถือเป็นพัฒนาการใหม่ที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) คือสนามบินที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทางการค้าและการเงินระหว่างเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา การที่สายการบินหลักต้องหยุดบินแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในภูมิภาคได้ขยายผลกระทบออกไปเกินกว่าแค่สมรภูมิรบแล้ว
ควรสังเกตว่าก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน อิสราเอลได้ปิดน่านฟ้าและประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ ขณะที่สหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน และกลุ่มฮูตีในเยเมนได้ประกาศกลับมาโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงอีกครั้ง รูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในวงกว้างที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถือเป็นศูนย์กลางคริปโตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บริษัทกระดานเทรดและกองทุนคริปโตรายใหญ่หลายแห่งมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในดูไบ รวมถึงมีนักลงทุนสถาบันและรายย่อยจำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจจากเมืองนี้ การที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างสนามบินถูกระงับการใช้งาน ย่อมส่งผลต่อบรรยากาศของตลาดในเชิงลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านผลักดันให้เงินไหลเข้าตลาดทองคำและเงินกว่า 6.5 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของการหนีความเสี่ยง (risk-off) และในสภาวะเช่นนี้ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตมักได้รับแรงกดดันด้านราคาก่อนเสมอ นอกจากนี้ รายงานก่อนหน้านี้ ยังชี้ให้เห็นว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์กำลังเพิ่มสถานะ Short หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดคริปโตอีกทาง
อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงสนับสนุนบางส่วนจากฝั่งสถาบันอย่าง BlackRock ที่ยังคงสะสม Bitcoin ต่อเนื่อง ทำให้ตลาดยังไม่ถึงขั้นดิ่งลงอย่างรุนแรงในทันที แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงบานปลาย ความเสี่ยงขาลงก็ยังคงสูงอยู่มาก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้น่ากังวลมากกว่าที่หลายคนอาจคิด เพราะสายการบินระดับโลกอย่าง Emirates ไม่ใช่จะระงับเที่ยวบินง่ายๆ โดยไม่มีเหตุผลด้านความปลอดภัยที่หนักพอ การตัดสินใจแบบนี้บ่งบอกว่าความเสี่ยงในพื้นที่จริงๆ นั้นสูงมาก สิ่งที่ต้องจับตาคือเที่ยวบินจะกลับมาให้บริการเมื่อไหร่ และบริษัทคริปโตในดูไบจะปรับตัวรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 48-72 ชั่วโมง อาจเห็นแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิมได้

